บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ สายสัมพันธ์พันปีไทยกับเขมร : เพื่อนบ้านที่ไม่อาจแยกจากกัน

บทความพิเศษ : 'รู้เขา รู้เขมร' สายสัมพันธ์พันปีไทยกับเขมร :  เพื่อนบ้านที่ไม่อาจแยกจากกัน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ สายสัมพันธ์พันปีไทยกับเขมร : เพื่อนบ้านที่ไม่อาจแยกจากกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับคนเขมร หยั่งรากลึกมานานกว่าพันปีตั้งแต่ยังไม่มีการตั้งประเทศ  ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีชายคาแนบชิดติดกัน  ถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันค้นหาวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างสรรค์ แทนที่จะหาเรื่องแก่งแย่งชิงดี เหมือนเด็กทะเลาะกันหรือหมากัดกัน เพราะชัยชนะที่ได้มานั้นอาจต้องแลกด้วยมิตรภาพพันปี  ซึ่งมีค่ามากมายกว่าเงินทองหรือก้อนหินโบราณบนผืนดินเพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตร

กองเกวียนขนเกลือ: ทูตพันปีจากทุ่งกุลาร้องไห้ถึงโตนเลสาบ

กว่าสามพันปีที่แล้ว ก่อนการแบ่งเขตแดนแบบสมัยใหม่เป็นประเทศไทยและกัมพูชา กองเกวียนจากทุ่งกุลาร้องไห้  และบ้านธารปราสาท ได้เดินทางผ่านทางเกวียนอย่างช้าๆ ไปยังหมู่บ้านริมทะเลสาบของเขมร เพื่อแลกเปลี่ยนเกลือสินเธาว์และเครื่องใช้เหล็ก กับปลาร้าและผ้าไหม สายสัมพันธ์การค้าแบบเรียบง่ายของชาวบ้านในยุคนั้นเต็มไปด้วยน้ำใจไมตรี

ราชมรรคา: เส้นทางแห่งอารยธรรม

ถนนดินและสะพานหินระยะทางราว 254 กิโลเมตร จากพิมายสู่นครวัด คือสายใยเศรษฐกิจและศรัทธาที่เคยหล่อเลี้ยงสองแผ่นดิน ราชมรรคาไม่ใช่เป็นแค่ถนนโบราณของกองเกวียน     แต่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมประสานวัฒนธรรม เทคโนโลยี ศาสนา และจิตใจของผู้คนสองแผ่นดินเข้าไว้ด้วยกัน คล้ายกับอินเทอร์เน็ตและสายการบินในปัจจุบัน

ปราสาทหิน:  สมบัติของคนที่ตายไปแล้ว

ปราสาทพิมายในประเทศไทย ปราสาทนครวัดในกัมพูชา และปราสาทหินอโรคยาศาลต่างๆ ในสุวรรณภูมิ ล้วนเป็นมรดกของมนุษยชาติ ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของแท้จริง เพราะผู้สร้าง คือกษัตริย์ราชวงศ์มหิธรปุระ เช่น พระเจ้าสุริยวรมันและชัยวรมัน ได้ล่วงลับสูญสิ้นล่มสลายตายไปหมดสิ้นแล้ว เมื่อราวพ.ศ. 1833 ด้วยการปฏิวัติยึดอำนาจของพวกทาสและชาวนาเขมร ที่นำโดยพระเจ้าแตงหวาน ต้นราชวงศ์ตรอซ็อกผแอม ซึ่งใช้หอกพุ่งสังหารพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์ราชวงศ์ใหม่ โดยยุติการสร้างปราสาทหินอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ คนในอดีตอย่างชาวสยามโบราณและขอมโบราณ  เช่น ขอมสบาดโขลญลำพง  ที่สุโขทัย พิมาย ลพบุรี   หรือ พวกเขมรป่าดง ที่ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เกาะกง ละแวก และพระนคร ก็ได้แยกออกเป็นคนไทยและคนเขมรไปหมดสิ้น เช่นตระกูลชิดชอบ หรือ ตระกูล เตียบัน

ดังนั้น จึงไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของปราสาทหินอันแท้จริง เพราะผู้ที่อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของปราสาทหินโบราณเหล่านี้ ก็ เปรียบได้กับ คนล้างส้วม หรือหมาเฝ้าบ้าน  หรือปู่โสมเฝ้าทรัพย์  ของคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น   ถ้าจะเอาสมบัติคนตายไปขายหรือให้เช่า ก็จะมีความผิดฐานลักทรัพย์

พระพุทธศาสนา: เสาหลักแห่งศรัทธาร่วม:

พุทธศาสนาในไทยและกัมพูชายึดหลัก พรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) และ อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เช่นเดียวกัน วัดหลายแห่งตามแนวชายแดนเคยเป็นที่รองรับพักพิงผู้ลี้ภัย เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนพระภิกษุ และเป็นเวทีสวดมนต์ข้ามพรมแดน ในวันนี้ ศรัทธาเหล่านี้ยังคงพร้อมที่จะเป็น “ทูตธรรมะ” แห่งสันติภาพ

ราชวงศ์จักรี–ราชวงศ์ตระซ็อกประแอม: ความผูกพันในราชสำนัก

เมื่อการเมืองเขมรปั่นป่วนวิกฤติในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กษัตริย์เขมรหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีศรีสุริโยพรรณ (นักองค์เอง) และสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดีฯ (นักองค์ด้วง) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี ได้เสด็จฯ ลี้ภัยมายังกรุงเทพฯ และทรงได้รับการอุปถัมภ์ดูแลอย่างดีจากกษัตริย์ราชวงศ์จักรี สมัยรัชกาลที่ 1 และ 3 ก่อนจะกลับไปขึ้นครองราชย์ที่กรุงกัมพูชา ความสัมพันธ์นี้สะท้อนว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแค่เมืองหลวง แต่ยังเคยเป็น “วังหลังที่สอง” ของราชวงศ์เขมร นี่คือพลังแห่งมิตรภาพที่ถักทอเป็นสายเลือดทางประวัติศาสตร์

แรงงานเขมรในประเทศไทย: ทำงานที่คนไทยไม่ชอบทำ 

มีคนกัมพูชาเข้ามาทำงานในประเทศไทยกว่าหนึ่งล้านคน   นำเงินส่งกลับไปให้ครอบครัวเป็นจำนวนมาก    ชาวเขมรเหล่านี้ได้เป็นกำลังทำงานหนักที่คนไทยทั่วไปไม่ชอบทำ  ที่ ปราจีนบุรี  สมุทรสาคร  บุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ   เช่น งานก่อสร้าง  งานในโรงงาน   งานทำความสะอาด     หากแรงงานเขมรเหล่านี้เดินทางกลับประเทศตามคำเรียกร้องของผู้นำ    ผู้ประกอบการไทยก็จำเป็นต้องหาคนงานทดแทนจาก ลาว พม่า หรือบังคลาเทศ

นักศึกษาเขมรในไทย: ทูตทางปัญญารุ่นใหม่

ในปัจจุบัน เยาวชนกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาศึกษาในสถาบันการศึกษาไทย พวกเขาคือสะพานแห่งความเข้าใจสมัยใหม่ และจะเป็นผู้ที่กลับไปสร้างสังคมเขมรที่เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกับไทยด้วยวิถีแห่งสันติและความเคารพ

ตลาดชายแดน: มิตรภาพปลากระป๋อง

ตลาดชายแดน  โรงเกลือ  ช่องจอม ช่องสายตะกู ปอยเปต ถึงบ้านผักกาด คือ “สถานทูตของประชาชน”   บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ปลากระป๋อง เบียร์ และบุหรี่ไทย คือสัญลักษณ์แห่งน้ำใจจากฝั่งไทยสู่ชาวกัมพูชา   ความสัมพันธ์นี้เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่านโยบายทางการทูตใดๆ

พระราชินีไทยทรงช่วยผู้ลี้ภัยเขมร

ในยุค “ฆ่าล้างโคตร” และ “ทุ่งสังหาร” ของเขมรแดง ช่วงพ.ศ. 2522 ถึง 2528         ค่ายผู้ลี้ภัย “เขาอีด่าง ที่สระแก้วและ เขาล้าน ที่จังหวัดตราด ”  กลายเป็นหลุมหลบภัยของชาวกัมพูชากว่าหนึ่งแสนคน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ของประเทศไทย      เสด็จฯ ไปทรงช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเขมรด้วยพระองค์เอง พระราชทานความช่วยเหลือด้านอาหาร ยา และการรักษาพยาบาล

ลูกเสือ อาเซียน และละครโทรทัศน์ไทย

จากเวทีลูกเสือโลกที่เด็กไทยและเขมรร้องเพลงเดียวกัน กลุ่มประเทศสมาชิกวัฒนธรรมอาเซียน ไปจนถึงละครโทรทัศน์ไทย “บุพเพสันนิวาส” ที่โด่งดังในกัมพูชา สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับกัมพูชาได้อย่างดียิ่ง

ฮุน มาเน็ต–แพทองธาร : มิตรภาพส่วนตัว

สายสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว  ตระกูลฮุนกับตระกูลชินวัตร เป็นประตูสู่มิตรภาพรุ่นใหม่   ซึ่งหากใช้อย่างระมัดระวัง สามารถกลายเป็น “การทูตแบบไม่เป็นทางการ” ที่ลดแรงเสียดทานระหว่างรัฐต่อรัฐได้ แต่หากใช้อย่างผิดจังหวะ ไม่ถูกวิธีก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่เพิ่มแรงปะทะได้

ข่าวลือ: ระเบิดที่ไร้เสียง

กรณีเผาสถานทูตไทยในปี พ.ศ. 2546 เกิดจากข่าวปลอมที่ไม่จริงเรื่องดาราไทยอ้างว่านครวัดเป็นของไทย   ส่วนข่าวลือที่ไม่จริงเรื่อง การขับแรงงานเขมรกลับประเทศ  การห้ามส่งน้ำมันผ่านแดน  และการปิดด่านพรมแดนไทยเขมร ล้วนสร้างความวุ่นวายไปทั่วประเทศกัมพูชา

กรณีสามปราสาท: ความร้าวฉานที่ไม่รู้จบ

ข้อพิพาทเรื่องปราสาทอาจจบลงในศาลโลก  โดยฝ่ายไทยอาจพ่ายแพ้ต้องยกสามปราสาทให้เขมร     แต่เหตุดังกล่าวจะทำให้ไทยกับเขมรโกรธกันต่อไปอีกเป็นร้อยปี  เหมือนกรณีเขาพระวิหารที่คนไทยไม่ลืมเลือน

อาวุธแปลกๆ ของไทยและเขมร เช่น  การเรียกแรงงานเขมรกลับบ้าน  การห้ามผักผลไม้ไทยผ่านแดน  การห้ามคนไทยไปเล่นการพนัน  การปิดพรมแดน  การหยุดขาย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง  เบียร์  และน้ำมันดีเซล อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำลายล้างได้มากกว่า ระเบิดนาปาล์ม

ขอให้ช่วยกันคิดว่า “ไทยกับเขมรจะสานสายสัมพันธ์พันปี แล้วอยู่ร่วมกันด้วยหัวใจ ไม่ใช้อาวุธ ได้อย่างไร?”

โดย สุริยพงศ์

Leave a comment