
‘ปกรณ์วุฒิ’ไม่เห็นด้วยส่งศาลรธน.ตัดสินความซื่อสัตย์ ไม่แน่ใจ‘พท.’ปลุกคำร้อง MOA ขึ้นใหม่
วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.55 น.
‘ปกรณ์วุฒิ’ยันไม่เห็นด้วย‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ตัดสินเรื่องความซื่อสัตย์ ไม่แน่ใจ‘เพื่อไทย’จะปลุกคำร้องตีความ MOA ขึ้นใหม่หรือไม่ ดักทางก่อนหน้านี้เคยเป็นเหยื่อมา 2 ครั้ง คงไม่ใช้อาวุธที่ตัวเองโดนประหารมาแทงคนอื่น ยอมรับ‘ครม.อนุทิน’ระยะเวลาสั้น 4 เดือน หวัง‘รมต.คนนอก’แก้ปัญหาได้ดีที่สุด
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ย.68 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดึงคำร้องกรณี สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พ้นสมาชิกภาพ สส. ปมทำ MOA แลกโหวตนายกรัฐมนตรี กลับแก้ไขรายชื่อและเนื้อหาสาระ ว่า ตนได้รับทราบมาว่าพรรคเพื่อไทยขอดึงกลับไปแก้ไขเนื้อหา ซึ่งท้ายที่สุดตนไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นคำร้องกลับมาอีกครั้งหรือไม่ คงต้องไปถามพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง แต่พรรคประชาชนยืนยันหลักการตลอดว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ว่าผิดมาตรฐานจริยธรรม เราไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งนี้เป็นแล้วแต่ใครจะตีความ เราไปปล่อยให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนมาชี้ตรงนี้ ว่าใครผิดหรือไม่ผิด ตนคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ และตนก็เห็นว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าท่านไม่เห็นด้วย ฉะนั้น ก็ต้องรอดู
“ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย ยืนหลักเดียวกันกับพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยก็เป็นเหยื่อกรณีเช่นนี้มาอย่างน้อย 2 ครั้งแล้ว ฉะนั้น จึงคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ใช้อาวุธที่ตัวเองโดนประหัตประหารมาใช้กับคนอื่นเอง ยังคาดหวังว่าเราจะทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และทำงานในสภาฯ ช่วงเวลาที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ“ นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
นายปกรณ์วุฒิ ยังให้สัมภาษณ์ถึงหน้าตาของโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ที่มีชื่อคนนอกเข้ามาร่วมด้วย กับระยะเวลา 4 เดือนที่ต้องทำงานหลังจากนี้มองอย่างไรบ้าง ว่า ตนคิดว่า 4 เดือนคงเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ต้องยอมรับว่าเป็นระยะเวลาที่ไม่มาก ส่วนรัฐมนตรีคนนอก ตนได้เห็นรายชื่อคร่าวๆแล้ว คงไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์และเห็นบวกเห็นลบอย่างไร แค่คาดหวังว่าให้แก้ไขปัญหาระยะสั้นได้อย่างดีที่สุด เช่น เรื่องภาษีทรัมป์ สถานการณ์ชายแดนที่ควรทำให้สงบโดยเร็ว เป็นระยะเวลาที่สั้นและเป็นวิจารณญาณของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เราจบข้อตกลงตั้งแต่โหวตเลือกนายกฯ ที่เหลือเป็นอำนาจของนายอนุทิน ในการจัดการรัฐบาล