​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้…คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้...คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้…คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในแผ่นดินอีสานใต้ของประเทศไทย อันได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษนั้น ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานจากปราสาทหินโบราณมากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายขแมร์ ซึ่งใช้ภาษาพูด และมีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน

คำถามที่น่าสนใจคือ: คนกลุ่มนี้มาจากไหน?”

นักประวัติศาสตร์และนักชาติพันธุ์วิทยาหลายท่านได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าทึ่งระหว่างชาวเขมรพื้นถิ่นในพื้นที่นี้กับชนเผ่า “ขอม” ที่เคยรุ่งเรืองในดินแดนสุวรรณภูมิที่ลพบุรีและ พิมาย   ซึ่งเป็นผู้สร้างอารยธรรมขอมโบราณอันยิ่งใหญ่ ดังที่ปรากฏในงานสถาปัตยกรรมระดับโลก เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ หรือปราสาทหินพิมาย ในประเทศไทย      ก่อนการสร้างปราสาทนครวัด นครธม ในกัมพูชา

ประวัติศาสตร์กัมพูชาระบุว่า   เมื่อสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 มีการปฏิวัติยึดอำนาจจากราชวงศ์มหิธรปุระที่นิยมสร้างปราสาทหิน  โดยพวกทาสและชนชั้นล่าง นำโดยนายแตงหวาน ซึ่งได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ต้นราชวงศ์ตระเซาะผแอม ที่สืบเชื้อสายมาเป็นราชวงศ์นโรดมสมัยปัจจุบัน  แล้วยกเลิกประเพณีสร้างปราสาทหินอย่างเด็ดขาด     ทำให้ประเมินได้ว่าพวกราชวงศ์และผู้นิยมกษัตริย์ทั้งหลายจะต้องอพยพหลบหนีจาก พระนครหลวง ตามเส้นทางราชมรรคา มาสู่พิมายที่เป็นถิ่นเดิมของราชวงศ์มหิธรปุระ        

ไม่ใช่การกวาดต้อน:  เพราะไม่มีหลักฐานจากหน้าประวัติศาสตร์

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงปัจจุบัน   ไม่เคยปรากฏเรื่องราวการกวาดต้อนประชากรจำนวนมากมายังบริเวณอีสานใต้หรือจากอีสานใต้ไปที่อื่น    ในลักษณะเดียวกับเหตุการณ์ที่ชาวพม่าเคยกวาดต้อนคนสยามจากกรุงศรีอยุธยา การที่สยามเผาเมืองเวียงจันทน์แล้วกวาดต้อนชาวไทดำไปยังราชบุรี   การจับเชลยจากปัตตานีมาขุดคลองแสนแสบ หรือการอพยพของชาวจามที่หนีภัยสงครามมาตั้งรกรากที่บ้านครัวในกรุงเทพฯ เลย       

หากพวกคนไทยเชื้อสายแขมร์ในอีสานใต้  ได้อพยพหรือถูกกวาดต้อนมาจริง น่าจะมีการบันทึกถึงเรื่องนี้ในพงศาวดารหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ แต่กลับไม่มีปรากฎอยู่เลย 

ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่า ชาวไทยเชื้อสายเขมรเหล่านี้อาจไม่ใช่ “ผู้มาใหม่” แต่เป็น “คนดั้งเดิม” ที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้มากว่าหนึ่งพันปีมาแล้วตั้งแต่ยุคที่อาณาจักรขอมยังรุ่งเรือง พวกเขาคือทายาทโดยตรงของผู้สร้างปราสาทหินทั้งหลาย และไม่ได้มีการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่แต่อย่างใด

รากเหง้าอันแน่นแฟ้น: อัตลักษณ์ที่ไม่มีวันจางหาย

การสืบเชื้อสายมาตั้งแต่ยุคโบราณทำให้ชาวไทยเชื้อสายเขมรในบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ มีความผูกพันทางวัฒนธรรมกับรากเหง้าอย่างลึกซึ้ง ภาษาเขมรที่ใช้ในพื้นที่นี้มีสำเนียงและคำศัพท์บางอย่างที่แตกต่างจากภาษาเขมรที่ใช้ในกัมพูชาปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นภาษาขอมในยุคโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่

นอกจากภาษาแล้ว วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อก็ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการรำตรุษ, การแสดงเรือมอันเร หรือประเพณีแซนโฎนตา  หรือ กันตรึม   ซึ่งล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาอันยาวนานของพวกเขาในดินแดนนี้

ดังนั้น การเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “คนไทยเชื้อสายขแมร์” อาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายความลึกซึ้งของความเป็นมาของพวกเขา หากมองลึกลงไปในรากเหง้า จะพบว่าพวกเขาคือผู้สืบทอดอารยธรรม “ขอม” ที่เคยยิ่งใหญ่และยังคงยืนหยัดอยู่ในดินแดนแห่งนี้มานับพันปี               

การมองชาวไทยเชื้อสายเขมรเหล่านี้ว่าเป็น “เจ้าของเดิม” ของดินแดนนี้ จึงเป็นมุมมองที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์มากที่สุด และเป็นการยกย่องบรรพบุรุษผู้สร้างปราสาทหินที่ยังคงยืนยงเป็นพยานแห่งกาลเวลามาจนถึงทุกวันนี้

โดย  สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจาก https://www.beartai.com/

Leave a comment