ราชการแนวหน้า : คุณสมบัติทั่วไป และลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน

ราชการแนวหน้า : คุณสมบัติทั่วไป และลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน

ราชการแนวหน้า : คุณสมบัติทั่วไป และลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

สำหรับกรณีเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2545 ให้ข้าราชการรายนี้เป็นบุคคลล้มละลาย ภายหลังจากที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว กรณีจึงถือว่าข้าราชการรายนี้ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปในการเป็นข้าราชการพลเรือนตาม มาตรา 30(9) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 (กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น) ซึ่งผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม มาตรา 52 จะต้องสั่งให้ข้าราชการพลเรือนผู้นี้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตาม มาตรา 114(3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อย่างไรก็ดี เมื่อปรากฏว่าผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม มาตรา 52 ไม่ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการผู้นี้ออกจากราชการตามบทบัญญัติข้างต้น จนกระทั่งศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2547 ข้าราชการผู้นี้จึงพ้นสภาพจากการเป็นบุคคลล้มละลาย และไม่ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปในการเป็นข้าราชการพลเรือนตาม มาตรา 30(9) อีกต่อไป กรณีจึงไม่อาจสั่งให้ข้าราชการรายนี้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ได้และแม้ข้าราชการผู้นี้จะรับราชการต่อมาจนถึงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับก็ตาม แต่มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็ไม่ได้บัญญัติให้การเคยเป็นบุคคลล้มละลายนั้นเป็นลักษณะต้องห้ามในการเป็นข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด ประกอบกับข้าราชการผู้นั้นได้เกษียณอายุราชการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2559 จึงไม่มีสภาพการเป็นข้าราชการพลเรือนและไม่มีเหตุที่จะสั่งให้ออกจากราชการได้อีก ดังนั้น ส่วนราชการจึงไม่ต้องดำเนินการอย่างใดสำหรับกรณีนี้ …

(หนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 1011/41 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2560 … มีข้อสังเกตว่าแม้จะไม่ต้องดำเนินการประการใดกับข้าราชการพลเรือนรายนี้ได้อีก แต่คงจะต้องพิจารณาว่า เจ้าหน้าที่ผู้ใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลแล้วบกพร่องละเลยหรือไม่ตรวจสอบเกี่ยวกับการตกเป็นบุคคลล้มละลายของข้าราชการในสังกัดจนกระทั่งผู้นั้นถูกปลดจากการเป็นผู้ล้มละลาย และทางราชการต้องจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญให้แก่ผู้นั้นอีกนะ)

Leave a comment