รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปัญหาสุขภาพและข้อควรระวังในการใช้ยาในวัยเกษียณ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปัญหาสุขภาพและข้อควรระวังในการใช้ยาในวัยเกษียณ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปัญหาสุขภาพและข้อควรระวังในการใช้ยาในวัยเกษียณ

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ซึ่งปัญหาปัญหาสุขภาพและโรคที่พบบ่อยในวัยเกษียณ ได้แก่

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจขาดเลือด
  • โรคเบาหวาน
  • โรคข้อเข่าเสื่อมและโรคกระดูกพรุน
  • ภาวะสมองเสื่อม  โรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด
  • ปัญหาทางสายตาและการได้ยิน เช่น ต้อกระจกและหูเสื่อม
  • การหกล้มและบาดเจ็บ เนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงและทรงตัวไม่ดี

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว และจำเป็นต้องใส่ใจดูแลสุขภาพมากกว่าแต่ก่อน การดูแลตัวเองแบบองค์รวมแบบง่ายๆ จึงสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้มีสุขภาพดีในวัยเกษียณ ตั้งแต่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นผัก ผลไม้ และโปรตีน                                                                                                   การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกกิจกรรมที่ไม่หนักจนเกินไป เช่น เดิน โยคะ หรือไทเก๊ก นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  รักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรง หากิจกรรมที่ผ่อนคลาย และได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ติดตามผลการรักษาของโรคที่เป็นอยู่แล้ว และป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นใหม่

ในการใช้ยาของผู้สูงอายุก็มีข้อควรระวัง เนื่องจากปัจจัยทางสรีรวิทยาของผู้สูงอายุที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การใช้ยาบางชนิดจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย หรือมีปฏิกิริยาระหว่างยาที่อันตรายกว่าในวัยหนุ่มสาว ยาบางชนิดที่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้สูงอายุ เช่น

  • ยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้แพ้บางชนิด เช่น Diphenhydramine Chlorpheniramine เนื่องจากยาเหล่านี้มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการง่วงซึม, เวียนหัว, ปากแห้ง, ตาพร่ามัว, ท้องผูก, และปัสสาวะลำบาก นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหกล้ม และทำให้การทำงานของสมองบกพร่อง ซึ่งอาจทำให้อาการสมองเสื่อมแย่ลงได้
  • กลุ่มยานอนหลับ และยาคลายกังวล ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการง่วงซึม, มึนงง, สับสน, และเสียการทรงตัว เพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มและบาดเจ็บอย่างรุนแรง การใช้ในระยะยาวอาจทำให้เกิดภาวะพึ่งพิงยา หรือติดกับการใช้ยา
  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (หรือเรียกว่า ยากลุ่ม NSAIDs) เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac ยากลุ่มนี้ค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากการใช้ยาในกลุ่มนี้ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการเลือดออกในทางเดินอาหาร, แผลในกระเพาะอาหาร, และผลกระทบต่อการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคไตหรือมีภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้ยังอาจทำให้อาการหัวใจล้มเหลวแย่ลงได้
  • ยาที่รักษาโรคประจำตัวที่ใช้อยู่แล้ว ยาแต่ละชนิดมีข้อควรระวังอยู่แล้ว เมื่อสงสัย หรือประสบปัญหาต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งใช้ยา หรือเภสัชกร

ขอย้ำในข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา

  • ก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ โดยแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด รวมถึงยาแผนโบราณและอาหารเสริม
  • ก่อนใช้ยาต้องตรวจสอบชื่อยา ขนาด และวิธีการใช้ให้ถูกต้อง อ่านฉลากยาอย่างละเอียดและสอบถามให้เข้าใจ หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ผู้สั่งใช้ยา หรือเภสัชกร
  • ระวังยาที่อาจมีผลต่อการทรงตัว เนื่องจากยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้ปวดบางชนิด และยาแก้แพ้บางชนิด  อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม มึนงง และเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม
  • ไม่ควรซื้อยาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร
  • จัดเก็บยาอย่างเหมาะสม เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บในที่ที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนฉลากยา

โดยสรุปแล้ว การใช้ยาในผู้สูงอายุจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยแพทย์และเภสัชกรจะประเมินจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น สุขภาพโดยรวม, โรคประจำตัว, และการทำงานของตับและไต เพื่อเลือกยาที่เหมาะสมและมีขนาดการใช้ยาที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และหากมีปัญหา หรือคำถามใดๆ สามารถสอบถามได้ที่ @guruya ศูนย์ข้อมูลยา หรือเขามาขอคำปรึกษาได้ที่โอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โดยตรง ขอให้ท่านที่อยู่ในวัยเกษียณมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีชีวิตเกษียณที่สำราญ

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment