
‘เขมร’สันดานเดิม! ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า
วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.49 น.
‘เขมร’สันดานเดิม! ‘อดีตบิ๊ก ศรภ.’แนะ‘ไทย’อย่าใจอ่อนอีก หมาก็ผ่านชายแดนไม่ได้ เพิ่มมาตรการพร้อมเผชิญหน้า โดยเฉพาะพื้นที่‘11 จุด’ที่ทหารไทยยึดคืนมาได้
11 พฤศจิกายน 2568 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” ระบุว่า…
มาถึงวันนี้ การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ในขั้นตอน “การถอนอาวุธยิงระยะไกล” เท่านั้น แต่กัมพูชาก็เริ่มต้นออกลาย กลับมาเกเรกับไทย ต่อไปตามสันดานเดิม
ดังนั้นรัฐบาล จึงมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขด้วยความกล้าหาญ เด็ดขาด อย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องกลัวมหาอำนาจชาติไหนแล้ว เพราะประชาชนข้องใจเต็มทีใน 3 เรื่อง ดังนี้
(1) เราจะเอาปราสาทตาควายคืนมาได้อย่างไร
แน่นอนว่ามีวิธีแต่พูดตรงๆไม่ได้สรุปต้องมีความเด็ดขาด และฉลาดในการต่อรอง รวมถึงการใช้ มาตรการกดดันทางทหาร ซึ่งต้องนำมาทำควบคู่กันไปด้วย
(2) การรุกคืบหน้าแก้ไขปัญหาชายแดนต่างๆ
ไทยเรามีเมตตากับกัมพูชามากเกินไปหรือเปล่า ลดนั้นแถมนี่ จนทำให้กัมพูชาดีแตก เริ่มกลับมาไม่เกรงใจเราเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง หน้างานต้องเข็มงวดนะครับ ต่อรองไม่ได้ งานจึงจะเดิน
(3) ปัจจุบัน ทหารไทยโดนกับระเบิด บาดเจ็บเพิ่มอีก 2 นาย
แน่นอนว่าไทยต้องประท้วง แต่จะประท้วงแบบเก่าๆไม่ได้ การประท้วงต้องเพิ่มเงื่อนไข ที่จะทำให้ไทยเราสามารถมีอำนาจในการต่อรอง กดดันต่อกัมพูชาอีกครั้ง ดังนั้นการประท้วงจะต้องรุนแรงพอที่จะทำให้กัมพูชารู้จักเจียมตัวขึ้นมาบ้าง ซึ่งต้องเลิกพูดคุยกับกัมพูชาอย่างเด็ดขาด สักระยะหนึ่งก่อน ยกเลิกการส่งคืนเชลย เพิ่มมาตรการทางทหาร ฯลฯ
สิ่งสำคัญ อย่าใจอ่อนอีก
ปิดด่านต้องปิดจริงๆ ไม่ใช่ปิดประตูใหญ่ แต่เปิดประตูเล็กให้ผ่านได้
นอกจากนั้นการ รปภ. ภายในถนนตามแนวชายแดน ต้องเข็มงวด หมาก็ผ่านข้ามชายแดนมาไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ 11 จุดที่ทหารไทยยึดมานั้น จะต้องเพิ่มมาตรการ เข้าสู่การเตรียมพร้อมเผชิญหน้า
ต้องไม่ลืมว่า ความเข้มแข็ง เด็ดขาด คือ คุณสมบัติของผู้นำที่ประชาชนต้องการเห็นในสถานการณ์ปัจจุบัน
