นายกฯ-สส. หญิงญี่ปุ่นรวมพลจี้ขอ “ห้องน้ำหญิง” ในสภาเพิ่ม หลัง สส. หญิงมากเป็นประวัติการณ์

นายกฯ-สส. หญิงญี่ปุ่นรวมพลจี้ขอ "ห้องน้ำหญิง" ในสภาเพิ่ม หลัง สส. หญิงมากเป็นประวัติการณ์

2 ม.ค. 2569 11:12 น.

นายกฯ-สส. หญิงญี่ปุ่นรวมพลจี้ขอ “ห้องน้ำหญิง” ในสภาเพิ่ม หลัง สส. หญิงมากเป็นประวัติการณ์

นายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” พร้อม สส. หญิงกว่า 60 คน ยื่นเรื่องขอเพิ่มห้องน้ำหญิงในอาคารรัฐสภา หลังพบสัดส่วนไม่สมดุลกับจำนวน สส. หญิงที่เพิ่มขึ้นถึง 73 คน โดยในบริเวณใกล้ห้องประชุมใหญ่มีห้องน้ำเพียงจุดเดียว และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง เผยต้องต่อคิวยาวเหยียดจนบางคนต้องถอดใจ ไม่กล้าเข้าห้องน้ำก่อนเริ่มประชุม

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อ สส. หญิงของญี่ปุ่นนำโดย ยาสุโกะ โคมิยามะ จากพรรคฝ่ายค้าน ออกมาเปิดเผยความยากลำบากในการใช้ชีวิตในรัฐสภา โดยระบุว่าบ่อยครั้งที่เกิด “แถวยาวเหยียด” หน้าห้องน้ำหญิงก่อนการประชุมสภาจะเริ่มขึ้น จน สส. บางท่านถึงกับระบุว่า “ถอดใจ” และไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำเพราะกลัวกลับมาประชุมไม่ทัน

นางโคมิยามะจากพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ปัจจุบัน “มักไม่สะดวก” เพราะเจ้าหน้าที่หญิงและผู้มาเยือนที่เป็นผู้หญิงก็ใช้ห้องน้ำร่วมกันด้วย “ฉันต้องการแสดงความคิดเห็นและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันที่ผู้หญิงจะครองที่นั่งในรัฐสภามากกว่า 30% ในอนาคต”

อาคารรัฐสภาเป็นอาคารขนาดใหญ่สามชั้น โดยส่วนกลางสูงถึงเก้าชั้น อาคารนี้มีพื้นที่ 13,356 ตารางเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลประมาณสองสนาม โดยมีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 53,464 ตารางเมตร

ปัจจุบันมีห้องน้ำหญิงบริเวณใกล้ห้องประชุมใหญ่เพียงแห่งเดียว ซึ่งมีเพียง 2 ห้องเท่านั้น ขณะที่มี สส. หญิงที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่สูงถึง 73 คน จากการเลือกตั้งเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อเทียบภาพรวมทั้งอาคาร พบความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน โดยห้องน้ำหญิงมี 9 แห่ง รวม 22 ห้อง ซึ่งต้องแบ่งใช้กับเจ้าหน้าที่และผู้มาติดต่อ ส่วนห้องน้ำชาย มี 12 แห่ง รวม 67 ห้องย่อย ทั้งแบบห้องและโถปัสสาวะ

สาเหตุหลักของปัญหานี้มาจากอาคารรัฐสภาญี่ปุ่นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1936 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ผู้หญิงญี่ปุ่นจะได้รับสิทธิเลือกตั้งในปี 1945 ถึงหนึ่งทศวรรษ ทำให้โครงสร้างอาคารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้หญิงในฐานะสมาชิกรัฐสภา

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศ เคยให้คำมั่นว่าจะยกระดับสัดส่วนผู้หญิงในรัฐบาลให้ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก แม้ปัจจุบันเธอจะมีรัฐมนตรีหญิงเพียง 2 คนในคณะรัฐมนตรีก็ตาม แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลจริงจังกับการ “ส่งเสริมศักยภาพสตรี” มากน้อยเพียงใด

ทางด้านนายยาสุกะสึ ฮามาดะ ประธานคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎร เริ่มแสดงท่าทีตอบรับที่จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว เพื่อปรับปรุงสวัสดิการพื้นฐานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศที่ต้องการให้มีสัดส่วนผู้นำหญิงถึง 30% ภายในปี 2030.

ที่มา BBC

Leave a comment