
กองทัพยันปฏิบัติการในเขตไทย ไม่ได้ยึดแดนเขมร
วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
กองทัพยันปฏิบัติการในเขตไทย ไม่ได้ยึดแดนเขมร โต้สื่อนอกไทยไม่รุกรานใคร ย้ำคุ้มครองดูแลประชาชน ‘ทภ.2’ยังพบฝ่ายตรงข้าม เสริมกำลัง-ปรับเส้นทาง
ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯไทยโต้สื่อนอก ยืนยันปฏิบัติการชายแดนอยู่ในอาณาเขตตัวเอง ไม่ได้ยึดดินแดนกัมพูชา ด้าน ทภ.2 สรุปสถานการณ์กัมพูชาปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีรองรับการส่งกำลังบำรุงมุ่งสู่เนิน 745 และยอดโดม ขณะที่ทหารไทยเคลียร์ฐานเขมรเจอถุงยาง ไวอากร้า ชุดชั้นในหญิง พร้อมอุโมงค์ถ้ำที่เกิดจากการเจาะสกัดชั้นหิน
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงต่อรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลังยึดดินแดนของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพักซึ่งถ้อยคำดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่
ประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเกิดขึ้น ภายในอาณาเขตของประเทศไทย และ/หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อนซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น
การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 2.ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และ 3.ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว
ประเทศไทยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน พร้อมยืนยันการใช้สันติวิธี การเจรจา และความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน
ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ
“ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เกี่ยวข้องแก่สื่อมวลชนและภาคีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความเคารพซึ่งกันและกัน”ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯระบุ
ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 2สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ภาพรวมสถานการณ์ประจำวันที่ 1 ม.ค.69 โดยทั่วไปยังไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธหรือเผชิญหน้าโดยตรง แต่ฝ่ายตรงข้ามยังคง เสริมกำลังและเตรียมความพร้อมเชิงยุทธการอย่างต่อเนื่อง
ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญส่วนชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ช่องซำแต– โดนตวล– ภูผี – สัตตะโสม – พนมประสิทธิ์–ช่องตาเฒ่า พบการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเพิ่มความพร้อมในพื้นที่ยุทธศาสตร์
สำหรับพื้นที่ปราสาทพระวิหาร – ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย ไม่พบการปะทะ แต่ยังมีการจัดกำลังเตรียมพร้อม ทางด้านพื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์– พลาญยาว – พลาญหินแปดก้อน พบการส่งกำลังบำรุงและการบิน UAV ตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม
ขณะที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์พื้นที่ช่องจอม – ช่องเปรอ – ช่องระยี, ปราสาทคนา, ปราสาทตาควาย, ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญ ส่วนพื้นที่ปราสาทตาควาย ยังคงตรึงกำลังตามปกติ ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ไม่มีความเคลื่อนไหวสำคัญ
ส่วนเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ส่วนหลังฝ่ายตรงข้าม ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี รองรับการส่งกำลังบำรุง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่เนิน 745 และยอดโดม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เพจArmy Military Force ได้เผยแพร่ภาพและคลิปทหารไทยเข้าเคลียร์พื้นที่หลังปะทะ ซึ่งพบอุโมงค์ถ้ำ อาหารกึ่งสำเร็จรูป (มาม่า) ถุงยาง ดิลโด้เจลหล่อลื่น ชุดชั้นในผู้หญิง และไวอากร้า
โดยเพจระบุว่า ทหารไทยเข้าเคลียร์ฐานทหารเขมรในแนวหน้า พบถูกปรับใช้เป็นซ่องค้ากาม-ถุงยาง-ไวอากร้า-ดิลโด้-จิ๋มปลอม -เจลหล่อลื่น-ไพ่-อุปกรณ์เล่นการพนัน-สุราขาว-ยาดอง บางฐาน พบเสื้อชั้นใน-กางเกงในผู้หญิงอีกเพียบ