
‘ชัชวาล’โชว์ศักยภาพ’ไทยสร้างไทย’ ย้ำ 3 แคนดิเดตนายกฯนักบริหารมืออาชีพ
วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.
“ชัชวาล” โชว์ศักยภาพ “ไทยสร้างไทย” ย้ำ 3 แคนดิเดตนายกฯ นักบริหารมืออาชีพ โปรไฟล์แกร่ง-มือสะอาด-ผลงานประจักษ์ มั่นใจเป็นทางเลือกหลักช่วยให้คนไทย“หายเหนื่อย หายจน”
3 มกราคม 2569 นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เน้นย้ำถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยระบุว่าพรรคมีบุคลากรระดับ “แม่ทัพ” ที่มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่มีจุดแข็งเหนือกว่าผู้นำพรรคอื่นอย่างชัดเจนในทุกมิติ โดยเฉพาะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นนักบริหารที่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และมีทักษะการบริหารงานสำเร็จ ในระดับสูง ผลงานที่โดดเด่นอย่างการนำโครการ “30 บาทรักษาทุกโรค”ไปสู่การปฏิบัติจนสำเร็จโดยนั่งเป็นรัฐมนตรีถึง4ปีเต็ม และการจัดการวิกฤตโรคระบาดระดับโลกอย่าง SARS และไข้หวัดนก จน WHO มอบรางวัลยกย่อง คือข้อพิสูจน์ว่าคุณหญิงสุดารัตน์สามารถแปลงนโยบายยากๆ ให้เป็นความจริงที่กินได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกเมื่อด้วยประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ขณะที่ด้านการปฏิรูปโครงสร้างที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจและการพัฒนา ประเทศ จากอุปสรรคด้านกฎหมาย พรรคชู ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและอดีตผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของ SME และคนทำมาหากิน 1000 ฉบับภายในเวลา 1 ปี และการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ให้อำนาจให้คนไทย 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองทุจริต รวมทั้งองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำหน้าที่ไม่สุจริต
ในมิติของความมั่นคงและยุทธศาสตร์การเมือง พรรคมี พล.ท.ภาราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” อดีตเลขาธิการ สมช. ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับประเทศและเป็นมือประสานสิบทิศในการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ ซึ่งถือเป็นแคนดิเดตที่โดดเด่นเรื่องความซื่อตรงและการมองความมั่นคงผ่านเลนส์ประชาธิปไตย
นายชัชวาล เน้นย้ำว่า แคนดิเดตทั้ง 3 ท่านของพรรคไทยสร้างไทยคือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่าง “ประสบการณ์-ความสำเร็จ-ความซื่อสัตย์” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้นำยุคปัจจุบัน โดยพรรคไม่ได้เน้นเพียงแค่การหาเสียง แต่เน้นการ “สร้างประเทศไทย” ด้วยมืออาชีพที่เชื่อมือได้และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริต พร้อมที่จะนำนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท และการปฏิรูปโครงสร้างรัฐสวัสดิการมาทำให้สำเร็จเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน เหนือกว่าทุกทางเลือกที่ประชาชนเคยมีมา