
กมธ.ทหารฯสั่งศึกษาแก้ กม. ‘เบี้ยเลี้ยงทหารชั้นผู้น้อย-จัดซื้อจัดจ้างในภาวะฉุกเฉิน’
วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.
กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ สั่งศึกษาแก้กฎหมายเบี้ยเลี้ยงทหารชั้นผู้น้อยในการสู้รบ และศึกษาการจัดซื้อจัดจ้างในภาวะฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ครั้งล่าสุด กรรมาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ได้มีการอภิปรายถึงการสู้รบใน 7 จังหวัดชายแดนด้านตะวันออก 7 จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ถึงความเสียสละของทหารชั้นผู้น้อย และชั้นประทวน ที่เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ จากการสู้รบในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเสียสละชีพเพื่อชาติ
โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า เบี้ยเลี้ยงที่ทหารชั้นผู้น้อย ได้รับวันละ 240 บาท ซึ่งยังไม่ได้หักค่าประกอบเลี้ยง ซึ่งเมื่อหักค่าประกอบเลี้ยงออกไป ก็จะเหลือไม่ถึง 240 บาท เป็นเบี้ยเลี้ยงที่น้อยเกินไป จึงเห็นสมควรว่า กองทัพควรพิจารณาเพื่อเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้กับทหารชั้นผู้น้อย ที่ถูกส่งเข้าปฏิบัติการในชายแดนที่มีการสู้รบ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ และให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ของปัจจุบัน จริงอยู่ที่ทหารชั้นผู้น้อยที่เสียชีวิตจะได้รับการเยี่ยวยารายละ 2 ล้านบาท และมีการเพิ่มชั้นยศถึง 7 ขั้น เป็นการปูนบำเหน็จ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือครอบครัว ไม่ได้ช่วยทหารที่ยังมีชีวิตอยู่
รวมทั้งมีการอภิปรายถึงการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธและยุทธปัจจัย ในยามฉุกเฉิน หรือในยามที่เกิดการสู้รบ เกิดสงคราม กองทัพต้องสามารถที่จะลดการใช้ระเบียบปฏิบัติที่มีหลายขึ้นตอน ซึ่งอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ของการสู้รบที่เกิดขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการ มีความเห็นว่า กองทัพ และกระทรวงกลาโหม ต้องมีการปรับปรุงใน 2 ประเด็น ข้างต้น
หลังการฟังความคิดเห็นของ กมธ.อย่างรอบด้าน พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านกฎหมาย ทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านในเรื่องของเบี้ยเลี้ยงของทหารชั้นผู้น้อย และมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการไซเบอร์ เทคโนโลยีฯ ทำการศึกษาถึงขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างในภาวะฉุกเฉินที่มีการสู้รบ ที่ต้องการความรวดเร็วในการใช้งบประมาณในการจัดหาอาวุธ ยุทธปัจจัย เพื่อการสู้รบกับศัตรูของประเทศ โดยให้อนุกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ นำผลการศึกษาเสนอต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อเสนอต่อวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายไชยยงค์ กล่าวต่อว่า การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่มีการลงนามหยุดยิงที่เกิดขึ้น ยังเชื่อไม่ได้ว่าจะมีความสงบอย่างถาวร เพราะการข่าวของกองทัพยังรายงานว่า พบเห็นการเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในแนวชายแดน รวมทั้งมีการซ่อม – สร้าง ถนน สะพาน ที่ถูกกองทัพไทยทำลาย เพื่อเตรียมการส่งกำลังเข้าสู่ชายแดน ดังนั้นกองทัพจึงต้องมีความพร้อมในการสู้รบตลอดเวลา การปรับปรุงเบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อย เช่น ทหารเกณฑ์ และทหารชั้นประทวน จึงเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ และค่าครองชีพให้กับทหารชั้นผู้น้อย เช่นเดียวกับการแก้กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง จัดหาอาวุธ ยุทธปัจจัย ในการฉุกเฉินต้องรวดเร็วและทันเวลา เพื่อการได้ชัยชนะเหนือข้าศึก จึงจำเป็นที่ต้องการแก้กฎหมายดังกล่าว