
‘ดร.ชิดตะวัน’เลคเชอร์เหตุผล ได้เวลา‘สหรัฐ-จีน’แทรกแซง‘กัมพูชา’ ยุติพิพาทชายแดน
วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.59 น.
‘ดร.ชิดตะวัน’เลคเชอร์เหตุผล ได้เวลา‘สหรัฐ-จีน’แทรกแซง‘กัมพูชา’ ยุติพิพาทชายแดน
4 มกราคม 2569 รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ได้เวลา…สหรัฐ & จีน แทรกแซงปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา?!!” ระบุว่า…
ได้เวลา…สหรัฐ & จีน แทรกแซงปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา?!!
จากกรณีโฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ว่า กัมพูชาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของพรมแดนระหว่างประเทศที่เกิดจากการใช้กำลัง และในวันที่ 3 มกราคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า ไทยละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง นั้น
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม 2568 กองทัพไทยได้พิทักษ์รักษาเขตแดนที่ไทยมีสิทธิอธิปไตยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 3 วรรค 2 สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของประเทศต่างๆ ที่ต้องปกป้องอธิปไตย พิทักษ์รักษาดินแดนและความมั่นคงของประเทศ
การสู้รบระหว่างกองทัพไทยและกองกำลังกัมพูชาในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 มีต้นตอมาจากเหตุการณ์ในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อคนเขมรซึ่งลี้ภัยจากสงครามการสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่าง “เขมรเฮงซัมริน/ฮุนเซน สนับสนุนโดยเวียดนาม/สหภาพโซเวียต เขมรแดงสนับสนุนโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขมรซอนซาน/สีหนุ สนับสนุนโดยประเทศสหรัฐอเมริกา” เข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว และที่อื่น ซึ่งประเทศไทยจัดที่พักพิงที่ปลอดภัยให้ชาวเขมรตามหลักมนุษยธรรม
ต่อมา ระหว่างปี 1992-1993 ผู้ลี้ภัยชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพในประเทศไทยประมาณ 300,000 คนถูกผลักดันให้กลับประเทศกัมพูชา ภายใต้การอำนวยการขององค์การสหประชาชาติ ถึงกระนั้นก็ยังมีคนเขมรที่ลี้ภัยจำนวนหนึ่งที่ยังมิได้กลับไป แต่ได้ตั้งรกราก สืบต่อเผ่าพันธุ์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยรัฐบาลประเทศกัมพูชาเพิกเฉยไม่นำชาวเขมรเหล่านี้กลับประเทศของตน
ปัจจุบันเมื่อคนไทยไม่ประสงค์ให้ลูกหลานคนเขมรที่เคยลี้ภัยในอดีตอยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป รัฐบาลประเทศกัมพูชาก็มีหน้าที่ต้องรับคนเขมรเหล่านี้กลับประเทศ และสั่งให้ทหารยุติการปฏิบัติการใดๆ กับประเทศไทย พร้อมอธิบายให้คนเขมรรุ่นใหม่เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ที่ราชอาณาจักรไทยเคยให้ความเมตตา เกื้อกูล และช่วยเหลือ โดยย้ำว่า “คนเขมรอยู่บนผืนแผ่นดินไทยโดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนใดๆ มานานเกือบ 50 ปี แล้ว”
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ระบุว่า อยากเห็นสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ดังนั้น รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงรัฐบาลของประเทศรัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) ซึ่งเป็นสามประเทศมหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการสู้รบแย่งชิงอำนาจในประเทศกัมพูชา จนทำให้คนเขมรต้องลี้ภัยเข้ามาอยู่ในศูนย์อพยพที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และที่อื่น ๆ ของประเทศไทย ควรเร่งแก้ปัญหาที่ประเทศของตนได้เคยก่อไว้ ด้วยการแทรกแซงให้รัฐบาลของประเทศกัมพูชากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยุติการบุกรุกครอบครองพื้นที่ของประเทศไทย
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศควรทำหนังสือถึงสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และรัสเซีย ในฐานะ 3 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (Permanent 5 : P5) ที่ทรงอิทธิพล และเป็นมหามิตรของประเทศไทย ซึ่งทราบประวัติศาสตร์เมื่อครั้งชาวเขมรซมซานหนีตายเข้ามาลี้ภัยในประเทศไทยเป็นอย่างดี ให้ทำหน้าที่แจ้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อมีมติให้รัฐบาลกัมพูชาหยุดกระทำการใดๆ ในการที่จะให้คนเขมรที่ประเทศไทยได้ผลักดันออกไปแล้ว กลับเข้ามาในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยอีก
เพียงเท่านี้ สันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา ก็จะเกิดขึ้นตามความประสงค์ของประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน…อย่างแน่นอน!
