ตัวตนที่แท้จริง!!! ‘ศุภจี’ผู้มีคุณสมบัติ หาได้ยากในนักการเมืองไทย

ตัวตนที่แท้จริง!!! 'ศุภจี'ผู้มีคุณสมบัติ หาได้ยากในนักการเมืองไทย

ตัวตนที่แท้จริง!!! ‘ศุภจี’ผู้มีคุณสมบัติ หาได้ยากในนักการเมืองไทย

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า …..ผมรู้จักชื่อคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นครั้งแรกเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ท่านดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงพาณิชย์ ทราบในเวลาต่อมาว่า ท่านลาออกจากผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มดุสิตธานี ก่อนหน้านั้นเคยเป็นผู้บริหารบริษัทดาวเทียมไทยคม จำกัด และบริษัทไอบีเอ็ม จำกัด

…..ในวันที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวและแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ผมฟังคุณศุภจีพูดถึงนโยบายในการค้าขายกับต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ว่าทำได้จริง และได้พูดถึงโครงการช่วยเกษตรกรไทยที่จะทำให้สินค้าทางการเกษตรมีราคาแพงขึ้นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือเครื่องบินของการบินไทยที่ใช้วิธีการชำระเงินสดบางส่วนและสินค้าทางการเกษตรบางส่วน เป็นการคิดอย่างเฉียบคมมาก ยังไม่เคยมี รมว.กระทรวงพาณิชย์ คนใดเคยคิดทำมาก่อนเลย

…..เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านผมได้ฟังคุณศุภจีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งกล่าวถึงหลักคิดในการทำงาน การปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและการดำเนินชีวิต คุณศุภจีกล่าวว่าได้ยึดถือหลักธรรมของพระพุทธศาสนาคือ

……พรหมวิหาร 4 คือ หลักธรรมของที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ผ่องใส และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความดีงาม 4 ประการ ได้แก่

……1.เมตตา การมีความรักใคร่ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

……2.กรุณา การมีความสงสารคิดช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

……3.มุทิตา การมีจิตใจโอบอ้อมอารีแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่มีจิตคิดอิจฉาริษยา

……4.อุเบกขา การวางเฉย การวางใจเป็นกลาง มีใจเที่ยงธรรมหนักแน่นไม่เอนเอียงด้วยความรักหรือความชัง.

…..อิทธิบาท 4 คือ หลักธรรมที่นำสู่ความสำเร็จซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ช่วยให้การเรียน การทำงาน หรือเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องการทุกอย่างบรรลุผลสำเร็จได้แน่นอน 4 ประการ ได้แก่

……1.ฉันทะ การพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น

……2.วิระยะ การมีความเพียรประกอบกิจการสิ่งนั้น

……3.จิตตะ การเอาใจใส่จดจ่อสิ่งนั้น

……4.วิมังสา การใคร่ครวญไตร่ตรองหาเหตุผลในสิ่งนั้น

……โดยคุณศุภจีได้อธิบายในการปฏิบัติตามหลักธรรมดังกล่าวในแต่ละข้ออย่างละเอียด เช่น อิทธิบาท 4 ข้อ 4 วิมังสา คุณศุภจียกตัวอย่างว่า ถ้านายแดงต้องการเดินทางมุ่งหน้าตรงไปทางทิศเหนือ แต่เมื่อออกเดินทางแล้วนายแดงไม่ได้พิจารณาใคร่ครวญไตร่ตรองเลยว่า ที่เดินไปนั้นถูกต้องหรือไม่ หากนายแดงเดินผิดพลาดเฉียงไปทางขวา 1 องศาทุกวัน ถ้าเดินไป 90 วัน นายแดงก็จะเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก และถ้าเดินไป 180 วันนายแดงก็จะกลับเดินมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ เป็นต้น

…..ผมฟังแล้วเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณศุภจีจะประสบความสำเร็จในการทำงานในทุกตำแหน่งที่ผ่านมาและในตำแหน่งที่กำลังทำอยู่เพราะหลักธรรมทั้งสองประการดังกล่าวใครยึดถือปฏิบัติก็ต้องประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องที่ต้องการรวมทั้งการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วย

…..หลวงพ่อพระราชพรหมยานซึ่งเป็นพระอรหันต์ประเภทปฏิสัมภิทาญาณที่มีความสามารถรู้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการจะรู้ได้กล่าวว่า ผู้ที่ยึดถือปฏิบัติตามพรหมวิหาร 4 จะไม่ประพฤติผิดศีล 5 เพราะเมื่อมีเขาความรักมีความสงสารในเพื่อนมนุษย์แล้ว ผู้นั้นก็จะไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่ว่าในเรื่องใด ๆ จึงเป็นการยืนยันได้ว่า บุคคลอย่างคุณศุภจีย่อมไม่คิดแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างแน่นอนเพราะการกระทำเช่นนั้นย่อมผิดศีล 5 ข้อ 2

…..คุณศุภจีจบคำให้สัมภาษณ์ด้วยการกล่าวถึงหลักของพระพุทธศาสนาเรื่องไตรลักษณ์ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน การมีความทุกข์ และทุกสิ่งทุกอย่างย่อมสลายตัวไปในที่สุด

…..ที่กล่าวมาทั้งหมดย่อมจะเห็นได้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของคุณศุภจีเป็นคนอย่างไร ผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้หาได้ยากมากสำหรับนักการเมืองของประเทศไทย

…..ผมจึงอยากจะตั้งความหวังว่า ขอให้คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.กระทรวงพาณิชย์อีกอย่างน้อยสัก 4 ปี เชื่อว่าเกษตรกรไทยน่าจะมีรายได้ดีขึ้นและเศรษฐกิจของประเทศไทยน่าจะต้องดีกว่าปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน

Leave a comment