กันซื้อเสียง! ‘เพื่อไทย’เปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง

กันซื้อเสียง! 'เพื่อไทย'เปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง

กันซื้อเสียง! ‘เพื่อไทย’เปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

“เพื่อไทย”เปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง ให้เป็นไปโดยสุจริต-โปร่งใส กันซื้อเสียง เปิดสายตรง 24 ชม. QR Code ช่วยกันตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย แถลงเปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย โดยมีภารกิจ และหน้าที่ดำเนินการในช่วงการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จากสภาพการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีความเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น อาจมีการใช้วิธีการต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือการนำปัจจัยหลายประการ เช่น เรื่องเงิน หรือปัจจัยอื่นๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงเลือกตั้ง อันจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ดังที่เป็นที่ทราบกันดีว่า ยังมีปัญหาการซื้อเสียงและการซื้อสิทธิ์กันอยู่โดยทั่วไป พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส.ของพรรคเพื่อไทย โดยมีตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย อดีตข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ รวมถึงผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้ง มาร่วมทำงานเป็นคณะกรรมการ รวม 11 ท่าน

สำหรับหน้าที่ของศูนย์ฯ คือการรับเรื่องราวร้องเรียนจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตัวแทนผู้สมัคร สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทั่วไป ที่พบเห็นการทุจริตการเลือกตั้ง หรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ โดยผู้แจ้งสามารถเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานผ่านกระบวนการที่พรรคกำหนดไว้ โดยเมื่อศูนย์ฯ ได้รับเรื่องร้องเรียน จะมีเจ้าหน้าที่ของพรรคและคณะกรรมการร่วมกันกลั่นกรองข้อมูล ตรวจสอบว่ามีมูลความจริงหรือไม่ มีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ หากเห็นว่าเข้าข่ายมีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน เช่น แจ้งต่อพนักงานสอบสวน แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการไต่สวน รวมถึงการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมดังกล่าว อันจะเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการกระทำการทุจริตการเลือกตั้ง กระบวนการเหล่านี้จะทำให้การทุจริตการเลือกตั้งกระทำได้ยากขึ้น และต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตามขั้นตอนที่ศูนย์ฯ ได้วางไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส ตามเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งโดยทั่วไป

สำหรับขั้นตอนกระบวนการทำงานของศูนย์ฯ เมื่อมีผู้สมัคร ทีมงานผู้สมัคร หรือประชาชนทั่วไป รวมถึงสื่อมวลชน ได้รับทราบหรือพบเห็นเหตุการณ์ที่มีลักษณะเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้งเหตุการทุจริตการเลือกตั้งนั้นเข้ามาได้ ผ่านช่องทางต่างๆ สายด่วน โทรศัพท์สายตรง 090-971-9404 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่าน QR Code และเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะมีลิงก์ให้สแกน QR Code หรือไม่สะดวกแจ้งผ่านช่องทางใดเลย สามารถเดินทางมาแจ้งด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย ชั้น 3 ที่ตั้งของศูนย์ฯมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยรับแจ้งเหตุตลอดเวลา

เมื่อมีการแจ้งข้อมูลเข้ามาในระบบแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลมายังศูนย์รับแจ้งเบาะแสเหตุและข้อมูลการกระทำความผิด กลั่นกรองข้อมูลที่รับแจ้งเข้ามา หากข้อมูลที่รับแจ้งเข้ามานั้นตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีมูลเพียงพอ ก็จะถือเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูล จะส่งกลับไปเก็บเป็นสถิติ แต่หากเป็นข้อมูลที่มีมูล จะแยกออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

กรณีที่ข้อมูลมีมูลและมีหลักฐานชัดเจน เช่น มีชื่อผู้ร้องชัดเจน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต มีการระบุเหตุการณ์ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุอย่างชัดแจ้ง มีพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือมีคลิปเสียง คลิปภาพ หรือภาพถ่ายปรากฏชัดเจน จะส่งข้อมูลกลับไปยังผู้สมัคร ทีมงานผู้สมัคร หรือผู้แจ้ง เพื่อดำเนินการต่อใน 2 แนวทาง คือ การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีทางอาญา และ การร้องคัดค้านต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในเขตพื้นที่นั้น ขณะเดียวกัน จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปฝ่ายโฆษกของพรรคแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนได้รับทราบว่า มีเหตุการทุจริตเกิดขึ้นในพื้นที่ใด พร้อมหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อให้ช่วยกันติดตามตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

ส่วนกรณีที่ข้อมูลมีมูล แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ จะส่งข้อมูลกลับไปยังผู้สมัครหรือทีมงานผู้สมัคร เพื่อให้รวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือเพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำในพื้นที่นั้น และเมื่อได้หลักฐานเพิ่มเติมแล้ว จะส่งกลับมายังศูนย์อีกครั้ง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานชัดเจน ก็จะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

สำหรับการแจ้งผ่าน QR Code เมื่อสแกนเข้าไปแล้ว จะพบการแบ่งหมวดหมู่เหตุการณ์ออกเป็น 8 หมวดหมู่ ตามลักษณะความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ได้แก่ เรื่องการซื้อเสียง การจัดเลี้ยง การจัดมหรสพหรือรื่นเริง การหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใส่ร้ายด้วยความเท็จ การที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง การหาเสียงที่ขัดต่อระเบียบ กกต. เช่น ป้ายหาเสียงเกินขนาด หรือติดในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต การทุจริตในหน่วยเลือกตั้ง และความผิดอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 2 อธิบายเหตุการณ์โดยสังเขป ว่าเกิดอะไรขึ้น ขั้นตอนที่ 3 ระบุเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดที่เกิดเหตุ ขั้นตอนที่ 4 ระบุรายละเอียดสถานที่ วัน และเวลาที่เกิดเหตุให้ชัดเจน ขั้นตอนที่ 5 แนบหลักฐานประกอบ ขั้นตอนสุดท้าย ข้อมูลผู้แจ้ง ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ID Line หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ เพื่อให้ศูนย์สามารถติดต่อกลับได้ หากเห็นว่าข้อมูลนั้นมีมูลและจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ทั้งหมดนี้เป็นความลับ ผู้แจ้งไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะถูกนำไปเผยแพร่ เสร็จแล้วกดยืนยันการแจ้งเหตุ ข้อมูลทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบของศูนย์ฯ และคณะทำงานจะนำไปกลั่นกรองและดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งศูนย์ในครั้งนี้เป็นการก้าวก่ายการทำงานของ กกต.หรือไม่ นายชูศักดิ์ ตอบว่า ผมคิดว่าคงไม่ใช่ กกต.ก็ทำหน้าที่ของท่านไป แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง เราอาจถือว่านี่เป็นกลไกหนึ่งในการช่วยสนับสนุนการทำงานของ กกต.ด้วยซ้ำไป ในการเลือกตั้งปี 2566 ท่านทั้งหลายก็คงทราบดีว่า หลังการเลือกตั้งยังไม่มีใบเหลืองใบแดงแม้แต่ใบเดียว เราอาจถือโอกาสนี้ช่วยให้ กกต.ทำงานได้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นนะครับ

– 006

Leave a comment