บุรีรัมย์จับตา2เขตภูมิใจไทย ส่งผู้สมัคร สส. GenZทายาทนักการเมือง ปะทะคู่แข่ง’ประชาชน-เพื่อไทย’

บุรีรัมย์จับตา2เขตภูมิใจไทย ส่งผู้สมัคร สส. GenZทายาทนักการเมือง ปะทะคู่แข่ง'ประชาชน-เพื่อไทย'

บุรีรัมย์จับตา2เขตภูมิใจไทย ส่งผู้สมัคร สส. GenZทายาทนักการเมือง ปะทะคู่แข่ง’ประชาชน-เพื่อไทย’

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

5 มกราคม 2569 สนามเลือกตั้ง จ.บุรีรัมย์ ถูกจับตามองว่า เป็นพื้นที่แดงเดือด สำหรับการเลือกตั้งทุกระดับ และทุกสนามที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างเข้มข้น จากผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งการเลือกตั้งเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอ ของ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้จำนวน 10 คน แต่มีอยู่ 2 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 กับเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่มีทายาทนักการเมือง หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ลงชิงชัยครั้งนี้ หวังเป็น ส.ส.สมัยแรก

โดยเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เฉพาะ ตำบลหลักเขต ตำบลสวายจีก ตำบลเสม็ด ตำบลสองห้อง ตำบลสะแกซำ ตำบลเมืองฝาง และ ตำบลอิสาณ) อำเภอพลับพลาชัย (เฉพาะ ตำบลสำโรง ตำบลสะเดา และ ตำบลจันดุม) อำเภอชำนิ และอำเภอประโคนชัย (เฉพาะ ตำบลไพศาล) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน

เขตนี้ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ พรรคภูมิใจไทย ส่งนางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร หรือ น้องพลอย บุตรสาวของ นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานชาย ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ลงสมัครแทน นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ขยับไปลงแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิส ซึ่งนางสาวณัฐธิดา อายุ 25 ปี ก็ไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาโท จากประเทศอังกฤษ ก่อนจะมาช่วยงานการเมืองของนายก อบจ.บุรีรัมย์ ผู้เป็นพ่ออยู่ระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ครั้งนี้

ซึ่ง นางสาวณัฐธิดา ลงสนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางสาวณัฐธิดา ก็ขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ตามงานต่างๆ ที่มีฐานคะแนนจากนักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชนในพื้นที่ จึงถูกยกให้เป็นตัวยืนในเขตนี้ ส่วนคู่แข่ง ก็ไม่ธรรมดา นายวิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ จากพรรคประชาชน คราวที่แล้วลงพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 16,740 คะแนน มีกระแสตอบรับที่ดี จากกลุ่มคนรุ่นใหม่

อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรคเพื่อไทย ส่งนายปรัญชญา ตรีกาญจนา คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสาม ได้ 10,813 คะแนน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายสัญชัย ทะนานทอง แม้ว่าฐานเสียงจะสู้นางสาวณัฐธิดาไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันให้คึกคักมากยิ่งขึ้น เขตนี้จึงยกให้ นางสาวณัฐธิดา เป็นตัวยืน โดยมี นายวิทธิลักษณ์, นายปรัญชญา และนายสัญชัย เป็นตัวสอดแทรก

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อำเภอสตึก อำเภอแคนดง และอำเภอบ้านด่าน (เฉพาะตำบลโนนขวาง และตำบลวังเหนือ) เขตนี้มีผู้สมัคร 7 คน เขตนี้แชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย จากพรรคภูมิใจไทย คราวนี้ไม่ลงเขต แต่ขยับไปลงแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสแทน จึงส่ง นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ บุตรชาย ลงสมัครเขตนี้ ถือว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ลงพื้นที่ติดตามผู้เป็นพ่อมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่า นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.สมัยแรก เพราะมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ให้การสนับสนุน มีฐานคะแนนเสียงของผู้เป็นพ่อเกือบเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

โดยพรรคประชาชน ส่งนายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสตึก มาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ พรรคเพื่อไทย ส่ง นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งนายกฤษฎา ชูตาลัด ลงชิงเก้าอี้ด้วย รวมทั้ง นายสมชาย สุเรรัมย์ พรรคเศรษฐกิจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายธีรวุฒิ ทับทิมหิน และ พรรคกล้าธรรม นางสาวรุ่งฤดี จะโชนรัมย์ แม้ว่าฐานเสียงจะสู้ นายชนกันต์ และนายวรพจน์ ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันในเขตนี้ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง นี้ เป็นที่จับตามองว่า ผู้สมัครหน้าใหม่ ทายาทนักการเมือง หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ ค่ายภูมิใจไทย จะสามารถฝ่าด่านอรหันต์ จากพรรคการเมืองต่างๆ ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเสียงของพี่น้องประชาชนคนบุรีรัมย์ ในวันที่ 8 ก.พ.2569 นี้ จะทราบผล.

Leave a comment