
5 ม.ค. 2569 13:24 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“มาดูโร” เตรียมขึ้นศาลสหรัฐฯ วันนี้ – ทรัมป์ขู่พร้อมบุกซ้ำหากเวเนซุเอลาไม่ร่วมมือ
นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีกำหนดขึ้นศาลสหรัฐฯ ในนครนิวยอร์ก หลังถูกกองกำลังอเมริกันจับกุมที่กรุงการากัส ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดช่องทางปฏิบัติการเพิ่มเติม หากเวเนซุเอลาไม่ยอมเปิดอุตสาหกรรมน้ำมันและปราบปรามการค้ายาเสพติด นานาชาติเรียกร้องสหรัฐฯ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเตรียมหารือกรณีดังกล่าว
ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา มีกำหนดขึ้นศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์กวันนี้ (5 ม.ค.) หลังถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมในระหว่างปฏิบัติการทางทหารในกรุงการากัสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลในเวทีระหว่างประเทศ และสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองในเวเนซุเอลา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า สหรัฐฯ อาจมีการใช้กำลังทางทหารเพิ่มเติมหากเวเนซุเอลาไม่ให้ความร่วมมือในความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะกลับเข้าไปขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำมันและยับยั้งการค้ายาเสพติด “เรากำลังเอาสิ่งที่พวกเขาขโมยไปกลับคืนมา ตอนนี้เราเป็นคนควบคุม” ทรัมป์ระบุ พร้อมเสริมว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่จะกลับเข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อขุดเจาะน้ำมันขึ้นมาอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ขู่ว่าอาจมีการใช้มาตรการทางทหารกับโคลอมเบียและเม็กซิโก รวมถึงให้ความเห็นว่าระบอบคอมมิวนิสต์ในคิวบาก็กำลังมาถึงจุดใกล้ล่มสลายในไม่ช้า
ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าการจับกุมมาดูโรวัย 63 ปี เป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำตัวมาลงโทษในข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายโดยใช้ยาเสพติด ซึ่งถูกฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี 2020 โดยข้อกล่าวหาระบุว่าเขาเป็นผู้บงการเส้นทางขนส่งโคเคน ใช้กองทัพปกป้องการขนส่งยาเสพติด และใช้ทำเนียบประธานาธิบดีเป็นที่กบดานของแก๊งค้ายา ทั้งนี้ ภรรยาของเขา “ซีเลีย ฟลอเรส” ก็ถูกฟ้องร้องเพิ่มในข้อหาสั่งการลักพาตัวและฆาตกรรมด้วยเช่นกัน
ในกรุงการากัส รัฐบาลของมาดูโรยังคงพยายามรักษาอำนาจ โดยรองประธานาธิบดี “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรักษาการยืนยันว่ามาดูโรยังคงเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรม และปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าเธอพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ
แม้มาดูโรมีพันธมิตรระดับนานาชาติไม่มาก หลายประเทศตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการจับกุมผู้นำต่างชาติ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความกังวลว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดหารือเรื่องนี้ในวันจันทร์
การจับกุมยังสร้างแรงสั่นสะเทือนในการเมืองสหรัฐฯ โดยพรรคเดโมแครตแสดงความกังวลต่อทิศทางนโยบายเวเนซุเอลาของรัฐบาล ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดชี้แจงต่อฝ่ายนิติบัญญัติ
วิกฤตเศรษฐกิจและการลี้ภัยครั้งใหญ่จากประเทศที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในละตินอเมริกา เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาล่มสลายตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลา 1 ใน 5 ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของโลก การถูกถอดถอนของมาดูโรซึ่งครองอำนาจมานานกว่า 12 ปี อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพครั้งใหญ่ในประเทศที่มีประชากรกว่า 28 ล้านคนแห่งนี้.
ที่มา Reuters