
‘อนุทิน’มอบนโยบายเหล่าสิงห์มท. กำชับไม่ประมาทชายแดนไทย-เขมร เฟิร์มเลือกตั้ง 8 ก.พ.
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.
‘อนุทิน’มอบสารพัดนโยบายให้เหล่าสิงห์มหาดไทย! กำชับไม่ประมาทสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมพร้อมรับมือ-เข้มดูแลประชาชนทั่วถึง หวังไม่เกิดปะทะซ้ำ3 หลังคุยหยุดยิงล่าสุด ขอทุกฝ่ายรักษาข้อผูกมัดซึ่งกันและกัน เฟิร์มเลือกตั้ง 8 กุมภาฯแน่นอน ยัน’กกต.’มีแผนรองรับหากเกิดความไม่สงบขึ้นที่จังหวัดชายแดน สั่งขรก.วางตัวเป็นกลางช่วงลต. อย่าเลือกข้าง – ไล่บี้ใคร ปล่อยการเมืองสู้กันไป โวลั่นอยู่มท.มา3ปี ไม่เคยขอให้ใครมาช่วยเอื้อตัวเอง – แยกหน้าที่ออกชัดเจน
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2569 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) มีการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล(VCS) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยน.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างเข้มแข็ง โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เสียสละเวลาความสุขส่วนตน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่พี่น้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยทุกท่าน ขอให้ประสบแต่ความเป็นสิริมงคล สามารถก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาทั้งปวง มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ร่วมกันบันดาลความมั่งมีศรีสุข บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
“ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในทุกพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ฝ่ายปกครองและเครือข่ายความมั่นคงในพื้นที่ได้ทำหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยและดูแลพื้นที่ส่วนหลังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิง ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่งคือการเอาใจใส่ดูแลสภาพจิตใจและให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่บริหารจัดการสถานการณ์และประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เรื่องการเตรียมพร้อมรับสาธารณภัยและภัยพิบัติ ขอให้ทุกท่านนำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมา อาทิ การเกิดอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา มาถอดบทเรียนวางแผนป้องกันและเผชิญเหตุให้รัดกุมยิ่งขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเตรียมความพร้อมให้สามารถสั่งการและปฏิบัติได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ โดยเน้นการบูรณาการสรรพกำลังและการเยียวยาประชาชนให้รวดเร็วและครอบคลุม รวมถึงให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบการแจ้งเตือนภัยและการสื่อสารกับประชาชน ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ ความเดือดร้อนของประชาชน คือความรับผิดชอบของพวกเรา ส่วนเรื่องฝุ่นPM 2.5 ขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดและเข้มงวดเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาโดยไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ ในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จสูงกว่าเป้าหมายถึงกว่าร้อยละ 20 หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณกว่า 800 ล้านบาท ขอให้กรมการพัฒนาชุมชนเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ทั้งการให้ความรู้ การยกระดับทักษะ (Up-skill/Re-skill) และการนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายช่องทางการตลาด เพื่อสร้างรายได้และความเชื่อมั่นในสินค้า OTOP ให้ดียิ่งขึ้นไป
นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกฝ่ายถือว่าดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่ส่วนหน้าที่กองทัพดูแล และพื้นที่ส่วนหลัง ที่ทางฝ่ายครองดำเนินการ แม้ขณะนี้ทั้ง2ฝ่ายจะยุติการโจมตีแล้ว แต่ต้องไม่ประมาท แผนดูแลประชาชนต่างๆ อาทิ แผนอพยพ แผนเผชิญเหตุ ขอให้ผู้ว่าฯจังหวัดที่เกี่ยวข้องดูแลให้ดี ตนหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3 ภายหลังมีการเจรจาหยุดยิงล่าสุด หากทุกฝ่ายรักษาข้อผูกมัดซึ่งกันและกัน ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องเขตแดนต่างๆ ให้เป็นเรื่องของการประชุมคณะกรรมการร่วมอย่างเช่น JBC หรือ GBC ดำเนินการ ขณะที่การฟื้นฟูดูแลบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ขอให้เร่งทำการสำรวจ เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ตนได้รับรายงานว่า จังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เกาะสมุย เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเที่ยวมากมายในช่วงปีใหม่ มีความคึกคัก เหมือนแทบจะเป็นสภาวะปกติ โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ก็ต้องขอบคุณผู้ว่าฯที่ดูแลอย่างดี ถือเป็นผลงานที่ดีในช่วงปีใหม่ สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ภาพรวมปีนี้ถือมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยลดต่ำลงกว่าที่ผ่านมา แต่ยังไงต้องมาวางมาตรการใหม่ โดยเฉพาะการนับจำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่ยังมีความสับสนกันอยู่ จะต้องกำหนดกรอบใหม่ ไม่ใช่พอเกิดอุบัติเหตุที่อาจแค่ไปเกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุบนท้องถนน แล้วเอามานับด้วย ดังนั้นควรกำหนดแยกเฉพาะให้ชัดเจนตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ก็คงจะต้องมาคิดวางมาตรการใหม่
นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8ก.พ.นี้ ขอให้พวกเรามั่นใจว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนจะเป็นอย่างไร ทราบมาว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้หารือกับทหาร และฝ่ายปกครองแล้ว หากเกิดความไม่สงบขึ้น ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะเดียวกันขอให้ภาคราชการวางตัวด้วยความเป็นกลาง ปล่อยให้การเมืองเขาสู้กันไป ไม่ต้องไปเลือกข้าง ไม่ต้องไปช่วยใคร หรือไล่บี้ใคร หากพวกเราวางเป็นกลาง ระบบราชการทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ละฝ่ายก็สบายใจ ส่วนจะรักใครชอบใคร เป็นเรื่องในความเป็นประชาชนของท่าน ไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนไปถามว่ารักใครชอบใคร หรือจะเลือกใคร แต่ในภารกิจของราชการขอให้เป็นกลาง จะได้ไม่มีใครมายกอ้างว่าดูแล หรือไม่ดูแลกัน ทั้งนี้ ตนทำงานที่กระทรวงมหาดไทยมา3ปีแล้ว ในเรื่องการเมืองตนไม่เคยไปขอให้ใครช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองออกจากเรื่องราชการชัดเจน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะต้องมารับผิดชอบในเรื่องการเมือง





