
ไม่มีจริงใจกว่านี้อีกแล้ว! ‘ภท.’เปิดทางล่วงหน้า‘ดรีมทีมคนนอกมืออาชีพ’ร่วมทำงาน
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.
“เอกนัฏ”ชูเลือกตั้งรอบนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ “ภท.”เปิดทางล่วงหน้าให้”ดรีมทีมคนนอกมืออาชีพ”ร่วมทำงาน ไม่มีจริงใจกว่านี้อีกแล้ว
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้รับผิดชอบการหาเสียงเลือกตั้งพื้นที่ กทม.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงเหตุผลของการตัดสินใจมาทำงานกับพรรค และทำไมประชาชนถึงต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย ในการเลืองตั้งครั้งนี้ ว่า ถ้าเป็น 5 – 10 ปีก่อน คงไม่เข้ามาพรรคภูมิใจไทย แต่มาวันนี้เมื่อตัดสินใจแล้วมาเข้ากับพรรคภูมิใจไทย ก็มาทำงานให้ทุ่มเททั้งกายใจ เพราะคิดว่าพรรคภูมิใจไทยมีพัฒนาการไม่เหมือนเดิม ที่หลายคนเคยพูดว่าเป็นศูนย์รวมของบ้านใหญ่เท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่ใช่ แต่เห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดกว้างให้คนเข้ามาทำงาน อย่างเช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน นี่คือการเมืองที่เราต้องการ นี่คืออนาคตที่ตนต้องการให้เกิดขึ้นกับประเทศ คือการเมืองที่เปิดกว้างให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เพราะปัญหาของประเทศไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่จะเข้ามาช่วยกันทำ แต่ปัญหาของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่นักการเมืองต้องชวนคนที่อยู่นอกวงการมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แบบที่นายอนุทินทำ
“เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยเหนือความคาดหมาย ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมือง ก่อนเลือกตั้งประกาศชัดเจนว่าถ้าเข้ามาฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญ รองนายกฯ 3 คน ควบกับกระทรวงที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ ให้กับคนนอก ให้กับมืออาชีพมาทำ และเปิดเผยเลย ไม่มีจริงใจมากกว่านี้อีกแล้ว แล้วเป็น 3 คน ที่ทำงานเห็นผลงานแล้ว คนพอใจ คนเชื่อมือ ถือเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ผมเห็นว่าเป็นพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทย” นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดเวลาคือการพูดแล้วทำ ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยตั้งมา 10 กว่าปี ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพูดอะไรแล้วทำจริง วันนี้ตนมีแนวคิดเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเบื่อทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองก็มักจะหลอกให้คนฝัน หลอกให้คนมีความหวัง สามารถพูด สามารถโฆษณาสามารถประกาศว่าจะทำได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อไหร่จะมีนักการเมืองที่เข้ามาขายฝันและในที่สุดความฝันนั้นจะเป็นความจริง ตนก็มีความหวังเหมือนกัน และตั้งใจว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคที่ทำให้ความฝัน กับความหวังของคนที่ถูกให้คำมั่นสัญญาจากพรรคการเมืองเป็นความจริงให้ได้