เพื่อไทยออนทัวร์อีสาน! ‘เต้น-จิราพร’ลั่นกลองรบ ปราศรัยไล่งูเห่า-ทวงคืนศักดิ์ศรีคนร้อยเอ็ด

เพื่อไทยออนทัวร์อีสาน! 'เต้น-จิราพร'ลั่นกลองรบ ปราศรัยไล่งูเห่า-ทวงคืนศักดิ์ศรีคนร้อยเอ็ด

เพื่อไทยออนทัวร์อีสาน! ‘เต้น-จิราพร’ลั่นกลองรบ ปราศรัยไล่งูเห่า-ทวงคืนศักดิ์ศรีคนร้อยเอ็ด

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.26 น.

เพื่อไทยออนทัวร์ เริ่มอีสาน ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น “ณัฐวุฒิ-จิราพร”ลั่นกลองรบประเดิมปี 69 ปราศรัยไล่งูเห่า-ทวงคืนศักดิ์ศรีคนร้อยเอ็ด ปักธง 8 ก.พ.เลือก สส.เพื่อไทย 8 เขต อ้อนเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ได้”นายกฯยศชนัน”

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 08.30 น.บรรยากาศการปราศรัยหาเสียงที่โรงเรียนเสลภูมิ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย (พท.) พร้อมอดีต สส.ร้อยเอ็ด และทีมหาเสียงพรรคเพื่อไทย ร่วมกันปราศรัยหาเสียงช่วย ผู้ว่าจ่อย-นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้สมัคร สส.เบอร์ 4 เขต 4 ท่ามกลางมวลชนที่มาฟังการปราศรัยจากหลายอำเภอนับหมื่นคน โดยการออนทัวร์ปราศรัย ระหว่างวันที่ 5 – 6 ม.ค.2569 ทีมพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปยัง 3 จังหวัดในภาคอีสาน ประกอบไปด้วย จ.ร้อยเอ็ด, จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ขอนแก่น

นายณัฐวุฒิ เริ่มต้นปราศรัยเวทีที่ 1 ด้วยการทักทายมวลชนเป็นภาษาอีสาน “สุขขีหมั่น เสมอมันเครือเก่า คิดฮอดหมู่เฮาทุกคนเด้อพี่น้อง” พร้อมย้ำภารกิจการเลือกตั้งคราวนี้ที่ จ.ร้อยเอ็ด ว่า “เลือกตั้งปี 66 ผมเคยมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ดเพื่อช่วยคนเก่าเขตนี้ แต่วันนี้ผู้สมัครคนนั้นได้เลื้อยจากพวกเราไป หรือที่เขาเรียกว่า งูเห่า” เมื่อเขาได้จากไปก็มีคนใหม่เข้ามา คือ นายศุภศิษย์ เบอร์ 4 ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นลูกหลานคนร้อยเอ็ด ต่อสู้ไต่เต้าจนเป็นผู้ว่าราชการหลายจังหวัด จึงอยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนกาผู้สมัครเบอร์ 4 และเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9

“พรรคเพื่อไทยเราสู้กันมานาน ไม่เคยถอย ยืนหยัดรับใช้ประชาชน แม้ถูกปฏิวัติ ถูกปลดนายกฯ มา 6 คน แต่ทุกครั้งที่เราล้มคือล้มบนตักประชาชน เพราะเขาจำได้ว่าพรรคนี้ทำอะไรเพื่อประชาชน ทั้งโครงการ 30 บาท โอทอป กองทุนหมู่บ้าน”

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันหลายคนเป็นหนี้ พรรคเพื่อไทยมีแพ็กเกจนโยบายที่จะล้างหนี้ประชาชน ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ หรือล้างหนี้วัยเกษียณ นอกจากล้างหนี้ หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลค่าไฟไม่เกิน 3.70 บาทต่อหน่วย และภายใน 3 เดือนแรก จะทำหวยเกษียณ ที่เป็นการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน และยังได้ลุ้นรางวัลทุก 5 โมงเย็นวันศุกร์ และยังมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะช่วยลดภาระลูกหลานของชาวร้อยเอ็ดที่เข้าไปทำงานหรือร่ำเรียนใน กทม.

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายดีๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวร้อยเอ็ด มีโครงการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ขณะที่การพักหนี้จะมีการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี จะทำให้พี่น้องเขต 4 อยู่ดีกินดีได้อีกครั้ง

ขณะที่ น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 เบอร์ 6 ในฐานะผู้ร่วมปราศรัย กล่าวกับมวลชนว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมาขอคะแนนเสียงให้นายศุภศิษย์ ที่ผ่านมาชาวร้อยเอ็ด ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย

“วันนี้มีหลายคนออกจากพรรค แต่จุดยืนอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยยังหนักแน่นเช่นเดิม เราได้คัดสรรผู้มีประสบการณ์มาดูแลชาวร้อยเอ็ด เขต 4 ยืนยันว่านายศุภศิษย์จะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงเพื่อประชาชน”

อย่างไรก็ตาม การเมืองที่ผ่านมามันผิดปกติ เพราะรัฐบาลภูมิใจไทยที่เกิดจาก MOA กับพรรคประชาชน กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝ่ายค้ำ และพรรคภูมิใจไทยยังมีพฤติกรรมขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง MOA แต่สิ่งที่ประชาชนได้คือคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยหยุดชะงัก และมีการโยกย้ายข้าราชการ จนทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการย้ายเพื่อเอื้อเลือกตั้งหรือไม่

ขณะเดียวกันความอยุติธรรมได้เกิดกับนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีหลายคดีที่ตามมา จึงอยากให้ทุกคนส่งเสียงเป็นกำลังใจให้ถึงนายกฯ ดร.ทักษิณ

“เสียงของพี่น้องร้อยเอ็ด เขต 4 จะชี้ชะตาประเทศไทย ต้องกาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบนะพี่น้อง 8 ก.พ.นี้ อย่าแบ่งปันใจให้ใคร ต้องทวงคืนศักดิ์ศรีพี่น้องร้อยเอ็ดบ้านเรา เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกฯ ชื่อ ยศชนัน” น.ส.จิราพร กล่าว

จากนั้นเวลา 10.30 น.ทีมเพื่อไทยเดินทางไปยังเวทีที่ 2 ที่ดอนปู่ตา อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด มี นายฉลาด ขามช่วง อดีต สส.9 สมัย เป็นผู้สมัคร สส.เบอร์ 5 เขต 2 มีประชาชนมารอฟังปราศรัยเรือนหมื่นคน

นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า 8 ก.พ.นี้ พรรคเพื่อไทยส่ง นายฉลาด ขามช่วง ขวัญใจชาวร้อยเอ็ดคนเดิม ในการเลือกตั้งเขต 2 มีบางพรรคหาเสียงโจมตีนายฉลาด ว่าอยู่มานานตั้ง 9 สมัย ก็ที่ได้มาเป็น สส.ก็เพราะฉลาดไงไม่ได้โง่ เขามีผลงานในหลายเรื่อง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ด และนี่คือพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอดทั้งการพัฒนาพื้นที่หรือแก้ปัญหายาเสพติด ขอโอกาสจากพี่น้องร้อยเอ็ดเขต 2 อีกครั้ง ในการส่ง นายฉลาด ขามช่วง เป็น สส.สมัยที่ 10

จากนั้นเวลา 13.00 น.ที่โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เวที 3 เขต 3 มี นายแทนรัฐ สุจารี เป็นผู้สมัคร สส.เบอร์ 5 มีประชาชนมาร่วมรับฟังปราศรัยร่วมหมื่นคน

นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า มา จ.ร้อยเอ็ด ไม่เคยผิดหวัง เลือกตั้งทุกครั้งได้รับการโอบอุ้มอย่างท่วมท้น สำหรับผู้แทนเขตนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแทนรัฐ และวันนี้เขาได้อาสามาลงแทนพ่อ ผมมั่นใจว่าหากนายแทนรัฐได้ทำหน้าที่ในสภาฯ ไม่เกิน 2 สมัย ได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน

“เมื่อเช้าตนดูข่าว เห็นคนพูดใส่เสื้อสีส้มว่ามีเราไม่มีเทา ชี้หน้าว่าพรรคนั้นพรรคนี้เทา แต่ไปทำ MOA ไปยกบ้านยกเมืองให้เขา พวกตนก็เตือนประชาชนก็เตือนแต่ยังไปยกมือให้ จนคดีฮั้ว สว.ไม่เดิน คดีเขากระโดงไม่ไป และแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ เอากันชัดๆ ตรงนี้ต่อหน้าคนร้อยเอ็ดเลยครับ เลือกตั้งรอบนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก และนายกฯ ต้องชื่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่มีไปโหวตให้พรรคอื่น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การเมืองปัจจุบันมีสามก๊ก มีสีแดง , สีส้ม , สีน้ำเงิน “วันนี้สีน้ำเงินถูกหวย ได้ สส.70 คน แต่ได้เป็นทั้งรัฐบาลเป็นทั้งนายกฯ เพราะพรรคอันดับ 1 ไปยกมือให้เขา ไปออกนโยบาย คนละครึ่งๆ จนเขาอยู่สองเดือนครึ่งเลยประกาศยุบสภาฯ ตอนนี้มาบอกคนอื่นเทา แล้วตอนยกมือให้เขาเป็นรัฐบาลทำไมไม่รู้ “อิหยังวะ” วันนี้เขาเปิดตัวรัฐมนตรี แต่วันก่อนตำรวจไปเปิดตัวผู้สมัครสีเทาในพรรค ก็แปลกดี”

“วันนี้อยากให้พี่น้องร้อยเอ็ดเลือกเพื่อไทยทั้งสองใบให้ได้นายกฯ ชื่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาบริหารประเทศ หลายคนสบประมาทว่าเป็นคนของตระกูลชินวัตร แต่ที่ผ่านมาชายผู้นี้เคยเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย เขาเดินมาด้วยความสามารถ ไม่ได้เดินมาได้เพราะตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าจะยกมือให้ ศ.ดร.ยศชนัน เป็นนายกฯ ดังนั้น ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ปราศรัยเพิ่มเติมว่า นายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร , นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ , นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน , นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้ฝากความคิดถึงมาคาราวะพี่น้องร้อยเอ็ด แม้ว่าหลายคนจะถูกกระทำต่างกรรมต่างวาระ แต่ทุกคนยังอยู่กับพี่น้องประชาชน

“วันนี้นายกฯ ทักษิณ ถูกเอาไปขัง ถูกยึดทรัพย์หลายหมื่นล้าน และไม่รู้จะได้ออกเมื่อไหร่ มีคนถามผมว่าวันนี้นายกฯ ทักษิณอยู่ในคุก นายกฯ เศรษฐาถูกปลด นายกฯ แพทองธารถูกปลด ทำไมณัฐวุฒิถึงไม่ย้ายไปที่อื่น ที่นี้มันบ้านผม ผมไม่เคยทิ้งคนที่เคยสู้มาด้วยกัน ผมทำไม่ได้ ผมยืนยันกับพี่น้องร้อยเอ็ดว่าผมจะอยู่ตรงนี้ สู้กับพรรคเพื่อไทยตลอดไป”

สำหรับการเลือกตั้งที่ จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ส่งผู้สมัคร สส.ครบทั้ง 8 เขต ประกอบไปด้วย นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ เขต 1 เบอร์ 4, นายฉลาด ขามช่วง เขต 2 เบอร์ 4, นายแทนรัฐ สุจารี เขต 3 เบอร์ 5, นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ เขต 4 เบอร์ 4, น.ส.จิราพร สินธุไพร เขต 5 เบอร์ 6, นายทองลี มีหินกอง เขต 6 เบอร์ 4, นางนวรัตน์ พาโคกทม เขต 7 เบอร์ 3 และ น.ส.ชญาภา สินธุไพร เขต 8 เบอร์ 6

– 006

Leave a comment