
6 ม.ค. 2569 23:21 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทรัมป์คาด บ.น้ำมันสหรัฐฯ กลับมาดำเนินการ ในเวเนซุเอลาได้ภายใน 18 เดือน
โดนัลด์ ทรัมป์ คาด บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ จะสามารถกลับมาดำเนินการในเวเนซุเอลาได้ภายใน 18 เดือน หลังส่งทหารโจมตีและโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 6 ม.ค. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับสื่อว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ จะสามารถกลับมาดำเนินการ และขยายปฏิบัติการในเวเนซุเอลาได้ภายใน 18 เดือน หลังจากสหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารในชาติอเมริกาใต้แห่งนี้ และจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภริยาไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่า “จะต้องมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งบริษัทน้ำมันจะเป็นผู้จ่ายเงินเหล่านั้น และจากนั้นพวกเขาจะได้รับเงินคืนจากเราหรือผ่านทางรายได้ที่เข้ามา”
ผู้นำสหรัฐฯ คาดการณ์ด้วยว่า การผลิตน้ำมันจะสามารถเร่งความเร็วขึ้นได้โดยใช้เวลาน้อยกว่า 18 เดือน แต่ต้องใช้เงินมหาศาล และเขายังแสดงความทะเยอทะยานอย่างชัดเจนที่ต้องการให้บริษัทน้ำมันของอเมริกาขยายขอบเขตการดำเนินงานในเวเนซุเอลา
“การมีเวเนซุเอลาในฐานะผู้ผลิตน้ำมันเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เพราะมันช่วยให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ” ทรัมป์กล่าวอ้าง
ขณะที่สำนักข่าว CBS รายงานว่า ตัวแทนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ มีแผนที่จะเข้าพบกับรัฐบาลทรัมป์ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ บรรดานักวิเคราะห์ได้ให้ข้อมูลกับ BBC ว่า อาจต้องใช้เงินงบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และอาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งทศวรรษ เพื่อฟื้นฟูกำลังการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาให้กลับมาเท่าเดิม
นักวิเคราะห์แสดงความกังขาว่า แผนการของทรัมป์จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุปทานน้ำมันโลก และเรื่องราคาน้ำมัน ได้จริงหรือไม่ โดยพวกเขาให้ความเห็นว่า บริษัทต่าง ๆ จะมองหาความมั่นใจก่อนว่ามีรัฐบาลที่มั่นคงจัดตั้งขึ้นแล้ว และถึงแม้จะมีการลงทุนเกิดขึ้นจริง โครงการเหล่านั้นก็อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเห็นผลผลิต
เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองที่ได้รับการยืนยันแล้วประมาณ 3.03 แสนล้านบาร์เรล มากที่สุดในโลก แต่กำลังการผลิตน้ำมันของประเทศกลับลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา
แต่นอกจากต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการเพิ่มกำลังผลิตของเวเนซุเอลาแล้ว น้ำมันของเวเนซุเอลายังเป็นประเภทน้ำมันดิบหนัก (heavy oil) ซึ่งกลั่นได้ยากกว่า และปัจจุบันมีบริษัทสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียวคือ เชฟรอน (Chevron) ที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในประเทศนี้
ทั้งนี้ นายทรัมป์อ้างเรื่องยาเสพติดและภัยคุกคาม สร้างความชอบธรรมในการจับกุมตัวนายมาดูโร เขายังอ้างด้วยว่าเวเนซุเอลา “ยึดและขโมยน้ำมันของอเมริกาไป”
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีก็ออกมาสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าวผ่าน X โดยระบุว่า “เวเนซุเอลาได้เวนคืนทรัพย์สินน้ำมันของอเมริกา และจนถึงเมื่อไม่นานมานี้ได้ใช้ทรัพย์สินที่ขโมยไปนั้นเพื่อสร้างความร่ำรวยและสนับสนุนกิจกรรมก่อการร้ายค้ายาเสพติดของพวกเขา”
อย่างไรก็ตาม ความจริงนั้นมีความซับซ้อนกว่าที่กล่าวมา บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในเวเนซุเอลา โดยเป็นการขุดเจาะน้ำมันภายใต้ข้อตกลงการให้สัมปทาน
เวเนซุเอลาได้โอนกิจการน้ำมันมาเป็นของรัฐในพ.ศ. 2519 และต่อมาในพ.ศ. 2550 ประธานาธิบดี อูโก ชาเวซ ได้เพิ่มการควบคุมของรัฐเหนือสินทรัพย์ส่วนที่เหลือทั้งหมดซึ่งเป็นของต่างชาติ รวมถึงบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ดำเนินกิจการอยู่ในเวเนซุเอลาด้วย
ในพ.ศ. 2562 คณะตุลาการของธนาคารโลกได้ตัดสินให้เวเนซุเอลาชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8.7 พันล้านดอลลาร์แก่บริษัท โคโนโกฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) เพื่อเป็นการชดเชยจากการดำเนินการในปี 2550 แต่เวเนซุเอลายังไม่จ่ายเงินดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ อย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ยังไม่ได้รับค่าชดเชย
แต่ทาง เบน ชู จาก BBC Verify กล่าวว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่าเวเนซุเอลา “ขโมย” น้ำมันอเมริกานั้นดูจะสรุปแบบรวบรัดเกินไป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตัวน้ำมันเองนั้นไม่เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของใครอื่นเลยนอกจากของประเทศเวเนซุเอลาเท่านั้น
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc