
‘มนัส’ชักธงรบ! เลือกตั้ง 8 ก.พ.กาเบอร์ 30 ‘พรรคแรงงานสร้างชาติ’
วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.02 น.
“มนัส”ชักธงรบ! เลือกตั้ง 8 ก.พ.กาเบอร์ 30 “พรรคแรงงานสร้างชาติ” ชูนโยบายเพื่อคนงาน ประกันสังคม 3 ขอ ขอเลือกรับเงินชราภาพ ขอกู้ยืมขอคืนเงินมาใช้ยามฉุกเฉิน เพิ่มสิทธิบัตรทองจ่ายค่าทดแทนขาดรายได้ ปลงศพรับ 5 หมื่น ทุพพลภาพได้เดือนละ 3 พันบาท จัดตั้งธนาคารแรงงานดอกเบี้ยต้องถูก โรงพยาบาลประกันสังคมคุณภาพการรักษาต้องดีที่สุด
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 นายมนัส โกศล หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บัตรสีชมพูกาเลือกพรรคเบอร์ 30 สส.บัญชีรายชื่อ เปิดเผยถึงแนวทางการสู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 แม้จะเป็นพรรคขนาดกลางแต่เป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ถึงแม้จะทุนรอนไม่หนาแต่ใจถึงนโยบายพึ่งได้ พรรคมีนโยบายเพื่อผู้ใช้แรงงานไทยหัวใจเดียวกัน นโยบายด้านแรงงานเน้น “นโยบายสิทธิประกันสังคม 3 ขอ” คือ 1.ขอเลือกครบ 55 ปี บำเหน็จหรือบำนาญได้ 2.ขอกู้นำเงินสมทบชราภาพเป็นหลักค้ำประกันขอกู้ยืมเงิน และ 3.ขอคืนเบิกเงินบำนาญชราภาพบางส่วนออกมาใช้ล่วงหน้าได้ในกรณีจำเป็น
“ทางพรรคแรงงานสร้างชาติ มุ่งผลักดันนโยบาย 3 ขอ ขอที่ 1 ขอเลือกผู้ประกันตน ควรมีการสร้างทางเลือกรับเป็นเงินก้อนบำเหน็จครั้งเดียว หรือรับบำนาญรายเดือนหากออกจากงาน เมื่อตอนอายุครบ 55 ปี ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของผู้ประกันตน สำหรับกลุ่มคนมาตรา 33 และมาตรา 39 ใกล้เกษียณ ควรเปิดให้มีทางเลือกได้ ขอที่ 2 ขอกู้ โดยใช้เงินสมทบค้ำประกันหรือหลักประกัน ไม่ต้องไปเดินหาให้คนอื่นมาค้ำประกันให้ กู้เงินจากสถาบันการเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารทั่วไป เป็นนโยบายจากผู้ใช้แรงงานหรือผู้ประกันตนให้ความสนใจมาก และขอที่ 3 ขอคืน ขอคืนเป็นเงินบางส่วนมาใช้จ่ายในยามวิกฤตของครอบครัว โดยไม่ต้องกู้ยืมเงินจากเงินกู้นอกระบบ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้” นายมนัส กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสวัสดิการสุขภาพ เน้นปฏิรูปโครงสร้าง 3 กองทุน คือ กองทุนสวัสดิการของรัฐหรือกองทุนราชการ , กองทุนประกันสังคม และกองทุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือกองทุนบัตรทอง เหตุผลสำคัญ คือ กองทุนราชการ และกองทุนประกันสังคม มีเงินทดแทนขาดรายได้ แต่ “กองทุนบัตรทอง” รักษาไม่ตายไม่หายนอนติดเตียงไม่มีค่าทดแทนขาดรายได้ โดยรัฐบาลเอาเงินภาษีทุกคนไปกองอยู่บัตรทองตกต่อหัวละ 5,299 บาท เท่ากับหนึ่งปีงบประมาณ 170,000 กว่าล้านบาท
ดังนั้น ทางพรรคแรงงานชาติชาติ จะผลักดันให้ “กองทุนบัตรทอง” ต้องได้ค่าทดแทนการขาดรายได้ , มีสวัสดิการทุพพลภาพเดือนละ 3,000 บาทตลอดชีวิต , ผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทเลือกโรงพยาบาลได้ และค่าปลงศพ 50,000 บาท เทียบเท่าผู้ประกันตน มาตรา 40 รวมถึงจัดตั้งธนาคารแรงงานดอกเบี้ยต้องถูก , โรงพยาบาลประกันสังคมคุณภาพการรักษาต้องดีที่สุด และประกันสังคมมาตรา 33 บำเหน็จบำนาญต้องเลือกได้ จึงเข้าลักษณะประกันสังคมถ้วนหน้า จะมีการโยง 3 กองทุนให้มีค่าทดแทนกับขาดรายได้ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค สรุป “นโยบายสิทธิประกันสังคม 3 ขอ” และเรื่องกองทุนสุขภาพ 3 กองทุน มีเป้าหมายสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้
หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า นโยบายสำหรับผู้สูงอายุ ทางพรรคมีนโยบายที่ชัดเจนผู้สูงอายุเกิน 60 ปี มีประมาณ 14.7 ล้านคน ตอนนี้รัฐบาลจ่ายอยู่ 4 ขั้นตั้งแต่ 600 ถึง 900 บาท อายุตามขั้นบันได ทางพรรคมีนโยบายไม่ยึดตามขั้นบันได เบื้องต้นสวัสดิการค่าครองชีพอยู่ได้วันละ 100 บาท เดือน 3,000 บาท เงินจำนวน 3,000 บาทคูณด้วย 14.7 ล้านคน คิดเป็นงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี หากทำได้ไม่ต้องขึ้นเป็นขั้นบันไดผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปต้องเท่าเทียมกัน เงินผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเป็นค่าทดแทนจากสุขภาพบัตรทองทดแทนขาดรายได้ ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน เพราะลูกหลานเองต้องประสบปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจเปราะบางสุ่มเสี่ยงตกงาน เช่น โรงงานปิดตัวเลิกจ้างคนงาน
“พรรคแรงงานสร้างสร้าง ได้ตั้งเป้าผู้สมัคร สส.เขต 12 จังหวัด และ สส.บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตีลิสต์ ซึ่งแต่ละคนมีประสบการณ์ทำงานด้านแรงงาน ทุกคนผ่านการคัดเลือกจากกรรมการสรรหาของพรรคมาอย่างดี และยังมั่นใจว่านโยบายของพรรคโดนใจพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะนโยบายแรงงาน นโยบายด้านเกษตรกรและนโยบายเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นดูแลประชาชนคนรากหญ้า” หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ กล่าว
สำหรับตารางกำหนดการเดินทางหาเสียงของพรรคแรงงานสร้างชาติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.จังหวัดฉะเชิงเทรา , 9 – 10 ม.ค.จังหวัดสมุทรปราการ , 12 ม.ค.กรุงเทพฯ , 13 ม.ค.จังหวัดนครนายก , 14 ม.ค.จังหวัดชลบุรี , 16 ม.ค.จังหวัดอุตรดิตถ์ , 17 ม.ค.จังหวัดพิษณุโลก , 19 ม.ค.สีคิ้ว , 20 ม.ค.จังหวัดขอนแก่น , 21 ม.ค.จังหวัดหนองบัวลำภู , 22 ม.ค.จังหวัดเลย , 24 ม.ค.จังหวัดอุดรธานี , 25 ม.ค.จังหวัดสกลนคร , 26 ม.ค.จังหวัดบึงกาฬ , 28 ม.ค.จังหวัดมุกดาหาร , 29 ม.ค.จังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น
– 006



