
‘องอาจ’เดินตลาด ช่วย‘ภาณุพงศ์’หลาน‘จุรินทร์’หาเสียง เชื่อกระแส ปชป.ดึง‘ฐานเสียงเก่า’กลับมา
วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.50 น.
“องอาจ”เดินตลาด ช่วย”ภาณุพงศ์”หลาน”จุรินทร์”หาเสียง กทม.เขต 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม ด้านชาวบ้านเดินปรี่บอกคราวนี้เลือกแน่”ปชป.” เชื่อกระแสพรรคดึงฐานเสียงเก่ากลับมา ขณะที่ผู้สมัครขอโอกาสเข้าสภาฯเป็นปากเสียงแทนประชาชน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 13 เขตลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม แขวงนวลจันทร์ แขวงนวมินทร์ หมายเลข 8 โดยบรรยากาศระหว่างการขอคะแนนเสียง มีประชาชนให้กำลังใจกับทั้งนายองอาจ และนายภาณุพงศ์ ผู้สมัคร สส.พร้อมทั้งกล่าวว่า “จำได้แล้วเบอร์ 8 กับเบอร์ 27” “ครั้งนี้จะเลือกครั้งที่แล้วไม่เลือกให้เลย” “เอาใจช่วยนะขอให้ชนะ” ”ยังไงก็เลือกประชาธิปัตย์”
ขณะที่ นายองอาจ เปิดเผยถึงบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียง ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้ตนมาช่วยผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียง และเขตนี้ถือเป็นเขตสำคัญ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เคยให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรค และเท่าที่ออกมาสัมผัสประชาชนในช่วง 60 วันที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าบรรยากาศการตอบรับของประชาชนดีกว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก ประชาชนหลายคนมาบอกกับตนตรงๆ ว่าคราวที่แล้วไม่ได้เลือก แต่คราวนี้จะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่ประชาชนจะกลับมาให้การสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งนี้
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ มาเป็นหัวหน้าพรรค แสดงให้เห็นว่าสามารถดึงการสนับสนุนของประชาชนกลับมาได้มาก ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้เคลื่อนไหวทำอะไรมาก แต่ประชาชนเห็นความหวัง และเห็นอนาคตข้างหน้า ว่าพรรคก็น่าจะขับมีโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อประชาชนและบ้านเมือง จึงเห็นได้ว่าผลสำรวจของหลายสำนัก มีคะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้น จากเดิม 1 – 2% เพิ่มเป็น 9 – 10% และเชื่อได้ว่าการทำโพลครั้งต่อๆ ไป คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเพิ่มมากขึ้น
นายองอาจ กล่าวอีกว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกเขตชนกับผู้สมัครที่เป็น สส.อยู่แล้วเกือบทุกเขต แต่ก็มีความแตกต่างกันไปแต่เขตลาดพร้าว ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ 2 ครั้งที่ผ่านมา 10 – 20 ปีก็สนับสนุนประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จึงต้องพยายามกลับไปพบกับเพื่อนแท้ของประชาธิปัตย์ในอดีต ให้กลับมามีความผูกพัน สนับสนุนและรัก กับเราเหมือนเดิม พร้อมกับเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ จะเห็นได้จากตัวเลขของผลสำรวจต่างๆ ระบุว่า คนยังไม่ตัดสินใจ อีก 30%
เมื่อถามว่า นอกจากกระแสของนายอภิสิทธิ์แล้ว นามสกุลของผู้สมัครในเขตนี้ ยังเป็นหลานชายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะสามารถดึงคะแนนนิยมด้วยหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ถือได้ว่าผู้สมัครเป็นสายเลือดของนักการเมืองและทำงานด้านกฎหมายกับพรรคมาโดยตลอด ซึ่งนอกเหนือจากนามสกุลแล้ว ส่วนตัวของผู้สมัครเองก็ทำงานการเมืองมาในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันก็อาศัยความรู้ด้านกฎหมายในการช่วยเหลือประชาชนได้
ด้าน นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า ในพื้นที่เขตลาดพร้าวมีประชากรสูงอายุจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคในเรื่องผู้สูงวัย ขณะเดียวกันก็มีการนำเสนอนโยบายปากท้องที่จับต้องได้ให้กับประชาชนกลุ่มอื่นด้วย พร้อมกับระบุว่าทุกวันที่ตนลงพื้นที่ ลงไปด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น อยากทำหน้าที่แทนประชาชน เพื่อเป็นปากเป็นเสียง และในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย หากเข้าไปทำงานในสภาก็สามารถทำงานได้ทันที ประสานงานด้วยความรู้และความสามารถที่เคยทำงานมา และจะใช้กลยุทธ์เคาะประตูบ้านเพื่อขอคะแนนเสียงและขอโอกาสจากประชาชน
– 006






