
7 ม.ค. 2569 11:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“อัลดริช เอมส์” อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ผู้ขายความลับให้โซเวียต เสียชีวิตแล้วในวัย 84 ปี
“อัลดริช เอมส์” อดีตเจ้าหน้าที่ CIA อดีตสายลับสองหน้าผู้สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ผู้ขายความลับให้โซเวียต เสียชีวิตในเรือนจำ หลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิต เขาเคยเปิดเผยตัวตนสายลับฝั่งตะวันตกหลายสิบราย ส่งผลให้ทรัพย์สินด้านข่าวกรองของ CIA สูญเสียอย่างหนักและมีผู้ถูกสังหารอย่างน้อย 10 ราย
อัลดริช เอมส์ (Aldrich Ames) อดีตเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA ผู้กลายเป็นหนึ่งในสายลับสองหน้าที่สร้างความเสียหายมากที่สุดให้กับอเมริกา ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ม.ค.) ณ สถาบันราชทัณฑ์กลางในเมืองคัมเบอร์แลนด์ รัฐแมริแลนด์ ขณะกำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ขอทัณฑ์บน
เอมส์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1994 หลังจากยอมรับว่าได้ขายข้อมูลลับระดับสุดยอดให้กับสหภาพโซเวียต (ซึ่งต่อมาคือรัสเซีย) ตลอดระยะเวลา 9 ปีของการจารกรรม เอมส์ได้เปิดเผยปฏิบัติการลับกว่า 100 รายการ และหักหลังสายลับที่ทำงานให้ฝั่งตะวันตกกว่า 30 ราย ซึ่งส่งผลให้มีสายลับของ CIA ถูกสังหารอย่างน้อย 10 ราย
แรงจูงใจสำคัญของเอมส์คือเรื่องเงิน เขาเริ่มส่งรายชื่อสายลับให้แก่หน่วยสืบราชการลับของสหภาพโซเวียต หรือ KGB ครั้งแรกในปี 1985 เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ โดยได้รับค่าตอบแทนครั้งแรก 50,000 ดอลลาร์ ทาง KGB ตั้งรหัสเรียกเขาว่า “โคโลโคล” (Kolokol) หรือ “ระฆัง” ตลอดอาชีพการเป็นสายลับสองหน้า เขาได้รับเงินตอบแทนรวมกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 85 ล้านบาท)
เงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งการซื้อรถหรูยี่ห้อจากัวร์ การท่องเที่ยวต่างประเทศ และซื้อบ้านราคา 540,000 ดอลลาร์ ทั้งที่เงินเดือนประจำจาก CIA ของเขาไม่เคยเกิน 70,000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งความผิดปกติทางการเงินนี้เองที่เริ่มทำให้เขาถูกจับตามอง
เอมส์เริ่มงานที่ CIA ในปี 1962 โดยความช่วยเหลือของพ่อซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ของหน่วยงาน ชีวิตของเขาเริ่มมีปัญหาเมื่อเผชิญกับอาการติดสุราและปัญหาครอบครัว จนกระทั่งได้พบกับ “มารีอา เดล โรซาริโอ คาซาส ดูปุย” ภรรยาคนที่สองซึ่งเป็นอดีตทูตวัฒนธรรมโคลอมเบียและเป็นแหล่งข่าวของ CIA
ความพยายามในการรักษาไลฟ์สไตล์ที่หรูหราของภรรยาและภาระหนี้สินจากการหย่าร้างกับภรรยาคนแรก ทำให้เอมส์ตัดสินใจใช้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกต่อต้านข่าวกรองโซเวียต เข้าถึงความลับเพื่อนำไปหาเงิน
การสืบสวนหา “หนอนบ่อนไส้” นานหลายปี เอมส์ถูกจับกุมและยอมทำข้อตกลงรับสารภาพเพื่อให้ภรรยาของเขาได้รับโทษเบาลง โดยโรซาริโอรับโทษจำคุก 5 ปีฐานสมรู้ร่วมคิด ส่วนเอมส์ต้องจบชีวิตลงในคุก
เจมส์ วูลซีย์ ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น ได้ประณามเอมส์ว่าเป็น “คนทรยศใจโฉด” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบว่า “สายลับเหล่านั้นต้องตาย เพียงเพราะคนขายชาติที่อยากได้บ้านหลังใหญ่ขึ้นและรถจากัวร์คันใหม่เท่านั้น”
ที่มา BBC