เจาะสนาม 9 เขต สงขลา ‘ภท.-กธ.-ปชป.’แข่งเดือด!!!

เจาะสนาม 9 เขต สงขลา ‘ภท.-กธ.-ปชป.’แข่งเดือด!!!

เจาะสนาม 9 เขต สงขลา ‘ภท.-กธ.-ปชป.’แข่งเดือด!!!

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

เจาะสนามสงขลา 9 เขต 3 พรรค แข่งเดือด แบ่งพื้นที่

เขต 1 อ.เมืองสงขลา

การเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ส่ง “สรรเพชญ บุญญามณี” ชนะแบบถล่มทลาย ทิ้งอันดับ 2 จากพรรคก้าวไกล “สักกพันธุ์ อนันต์พงค์” ไปเท่าตัว (19,112) ขณะที่ “เจือ ราชสีห์” อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ลง รทสช.ได้มา 17,509 คะแนน ส่วนภูมิใจไทยส่ง “ประสงค์ บริรักษ์” มาเป็นอันดับ 4 ได้ 12,573 คะแนน

รอบนี้ “สรรเพชญ” ย้ายจากพรรคสีฟ้า มาสวมเสื้อสีน้ำเงินภูมิใจไทย คาดกันว่าจะชนะฉลุย แต่ล่าสุดกระแสนิยมพรรคประชาธิปัตย์จากผลสำรวจของนิด้าโพล ชี้ว่าปชป.มาแรงแซงทุกค่าย หลายคนอดไม่ได้ที่จะเหลียวไปมองผู้สมัครจากค่ายสีฟ้า “พิเชฐ พัฒนโชติ” อดีตรองประธานวุฒิสภา อดีตสว.นครราชสีมา ที่มีพื้นเพเป็นคนสงขลา แต่เนื่องจาก “พิเชฐ” ที่ผ่านมาไม่เป็นที่รู้จักในพื้นที่ แม้แต่ในแวดวงการเมืองหลายคนยังเพิ่งรู้ว่าเป็นคนสงขลาโดยกำเนิด ดังนั้น ตัวเต็งสส.เขต 1 ก็ยังคงอยู่กับ “สรรเพชญ” เช่นเดิม แต่ในส่วนคะแนนเลือกพรรคคนสงขลาคงเทไปที่ ปชป.มากกว่า ขณะที่พรรคประชาชน ยังส่ง “สักพันธุ์” ต่อเนื่องจากพรรคก้าวไกล ส่วนเพื่อไทยก็ยังส่ง “สำราญ บุญเส้ง” ที่ได้มาแค่ 1,467 คะแนนในปี 2566 ก็คงเป็นแค่ไม้ประดับ

เขต 1 ยังฟันธงไปที่ “สรรเพชญ” ส่วนคะแนนพรรคคนสงขลากลับมาเทใจให้ ปชป.

เขต 2 อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.หาดใหญ่ และ ต.คลอองอู่ตะเภา)

ปี2566 “ศาสตรา ศรีปาน” ที่ย้ายจากพลังประชารัฐ มาลงสมัครสมัยที่2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย ชนะไปด้วยคะแนน 20,553 คะแนน เฉือนอันดับ2 คือ “วชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์” จากพรรคก้าวไกลไปเพียง 168 คะแนน (20,385) เขตนี้ยังมีผู้สมัครที่น่าสนใจอีกคนคือ “จูรี นุ่มแก้ว” ซึ่งลงในนามพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ไป 15,368 คะแนน

ปี 2569 “ศาสตรา” ย้ายพรรคอีกครั้งมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ถูกวางตัวเป็นเต็ง1 อย่างไรก็ตามเขตนี้ ประชาธิปัตย์ ที่ส่ง “จูรี” ลงแข่ง สร้างกระแสตีตื้นขึ้นมาอย่างน่ากลัว ขณะที่ “หมอจุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ที่ถอดเสื้อกาวน์มาสวมเสื้อส้ม พรรคประชาชน ก็คะแนนนิยมดีไม่น้อย

เขต 2 ตัวเต็งเป็น “ศาสตรา” แต่ต้องไม่ประมาทคะแนนนิยมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ของ ปชป.และ “จูรี” โอกาสของ “จูรี” ยังเป็นไปได้สูงมาก

เขต 3 อ.นาหม่อม อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.บ้านพรุ ต.คอหงส์ ต.พะตง ต.ทุ่งใหญ่ ต.ท่าข้าม ต.น้ำน้อย) อ.จะนะ (ต.คลองเปียะ ต.จะโหนง)

เป็นอีกเขตที่อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ย้ายพรรค โดย “โกถึก สมยศ พลายด้วง” ย้ายไปสวมเสื้อสีน้ำเงินภูมิใจไทย และยังถูกวางเป็นเต็ง1 โดยมีคู่แข่งที่มีสีสันคือ “ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา” ปชป. แต่ถ้ากระแสประชาธิปัตย์ไม่ถล่มหนักจริงๆ ก็ยากที่ “ทนายอาร์ม” จะแซงชนะ “โกถึก” ไปได้

เขต 4 อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร (เฉพาะตำบลบางเขียด ตำบลม่วงงาม ตำบลวัดขนุน ตำบลรำแดง และตำบลชะแล้)

เลือกตั้ง 2566 “กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ซึ่งมีพื้นเพจากนครศรีธรรมราช สวมเสื้อ พปชร. เอาชนะทั้ง“ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว” อดีต ส.ส. 2 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ และ “ร้อยตำรวจเอกอรุณ สวัสดี” อดีต ส.ส. 1 สมัย จาก พรรครวมไทยสร้างชาติไปได้ โดยเฉือน “ชัยวุฒิ” ไปแค่ 1,253 คะแนน (35,289/34,036)

เลือกตั้งรอบนี้ สส.กฤต ยังฝ่ากระแสกระหน่ำถูกกล่าวหาพัวพันธุรกิจสีเทา ลงสมัครในสังกัดพรรคกล้าธรรม เจอคู่แข่งที่น่าสนใจ คือ “สจ.โยธิน ทองเนื้อแข็ง” สจ.เขต อ.กระแสสินธุ์ ที่ลาออกมาสวมเสื่้อน้ำเงิน ภูมิใจไทย โดยได้รับการสนับสนุนเต็มตัวจาก “สุพิศ พิทักษ์ธรรม”นายกอบจ.สงขลา

ทั้งนี้ “สจ.โยธิน” เป็น สจ. 2 สมัย รับประกันคะแนนิยมไม่แพ้ “สส.กฤต” ที่กำลังเจอกระแสกระหน่ำ คู่นี้นับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง “ภู สิทธิพัฒน์ เสนเนียม” นักธุรกิจหนุ่มทายาท “วินัย เสนเนียม” อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 6 สมัย ผู้ล่วงลับ โดย “ภู” ได้รับแรงสนับสนุนจากลุง “ถาวร เสนเนียม” เต็มที่้ จึงเป็นอีก 1 คนที่น่าจับตาเช่นกัน โดยเฉพาะในขณะที่กระแสนิยมปชป.ในสงขลามาแรงแบบนี้

เขต 5 อำเภอรัตภูมิ อำเภอควนเนียง และอำเภอสิงหนคร (เฉพาะตำบลปากรอ ตำบลป่าขาด ตำบลทำนบ ตำบลชิงโค ตำบลสทิงหม้อ และตำบลหัวเขา)

เลือกตั้ง 2566 “นายกชาย -เดชอิศม์ ขาวทอง” สวมเสื่้อปชป. ชนะแบบถล่มทลายไร้คู่แข่ง แต่รอบนี้ “เดชอิศม์” ที่ออกจากปชป.ตัดสินใจไม่ลงสมัคร โดยให้ “สจ.เสือ วงศ์วชร ขาวทอง” บุตรชายลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม ชนกับ “ปรีชา สุขเกษม” อดีตผู้สมัคร รทสช. ซึ่งครั้งนี้มาสวมเสื้อประชาธิปัตย์

มองเผินๆ ผ่านผลการเลือกตั้งรอบที่แล้ว ที่ “เดชอิศม์” ได้ไปถึง 54,343 คะแนน ส่วน “ปรีชา” ได้เพียง 9,804 คะแนน แถมเป็นอันดับ 3 ดูเหมือน “ปรีชา” ไม่น่าจะสู้ได้ แต่ถ้ามองจากกระแสปชป.ที่กำลังมาแรง พวกกับชื่อเสียงความถึงลูกถึงคนกล้าพูดกล้าชน และบวกด้วยแรงหนุนจาก “ถาวร เสนเนียม” แล้ว “ปรีชา” น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อ “เดชอิศม์” ไม่ได้ลงเอง

เขต 6 อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง

เดิมทีเขตนี้ คาดว่าจะเป็นสนามประลองระหว่าง “สส.น้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล” ภรรยา “เดชอิศม์” สู้กับ “โบ๊ต อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” โดยคราวที่แล้วปี 2566 “สส.น้ำหอม” สวมเสื้อปชป. ชนะ “อนุกูล” ที่ลงในสังกัดพปชร. ไปแค่ 1,187 คะแนน (34,835/33,648) แต่ปรากฎว่าเที่ยวนี้ “สส.น้ำหอม” ไม่ลงสมัครโดยให้ “มังกร บารมี ขาวทอง” บุตรชาย “เดชอิศม์” อีกคนลงในสังกัดพรรคกล้าธรรม ขณะที่ “อนุกูล” สวมเสื้อสีน้ำเงินภูมิใจไทยลงสนาม

เขตนี้สู้กันระหว่างกล้าธรรม กับภูมิใจไทย ส่วนปชป.ส่ง “พิพัฌย์ เจือละออง” อดีต สท. สจ. ลงสมัคร คงได้แต่เกาะกระแสนิยมพรรคเท่านั้น

เขต 7 อ.นาที อ.สะบ้าย้อย อ.เทพา (เฉพาะ ต.ลำไพล)

เขตนี้เหมือนนัดแก้มือ ต่างเป็นอดีต สส.กันทั้งคู่ พบกันล่าสุดปี 2566 “ณัฏฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ” สวมเสื้อภูมิใจไทย ชนะ “ศิริโชค โสภา” ประชาธิปัตย์ไป 3,203 คะแนน (31,926/28,723) เที่ยวนี้พบกันใหม่ สังกัดพรรคเดิมทั้งคู่ “ณัฏฐนนท์” ได้เปรียบที่เกาะติดพื้นที่ มีผลงาน ขณะที่ “ศิริโชค” ได้กระแสพรรคช่วยหนุน สู้กันสนุก

เขต 8 อ.เทพา (ยกเว้น ต.ลำไพล) และอ.จะนะ (ยกเว้น ต.จะโหนง และ ต.คลองเปียะ)

“พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่” อดีตสส.ประชาธิปัตย์ 3 สมัย ครั้งนี้ย้ายไปลงพรรคกล้าธรรม ขณะที่ภูมิใจไทยส่ง “บังลี ฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ” นักธุรกิจในพื้นที่ลงสมัคร โดยในเขตนี้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ไปเปิดตัวผู้สมัครด้วยตัวเอง “สุรินทร์” ไม่มีกระแสปชป.ช่วยหนุน พื้นที่นี้ภูมิใจไทยหมายมั่นไว้ไม่น้อย เชื่อว่า “บังลี” มีลุ้น

เขต 9 อ.บางกล่ำ และอ.หาดใหญ่ (เฉพาะต.คูเต่า ต.คลองแห ต.ควนลัง ต.ทุ่งตำเสา และต.ฉลุง)

น่าจะเป็นงานง่ายของพรรคประชาธิปัตย์ “สิงโต ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ที่ยังลงสมัครพรรคเดิม พื้นที่เดิม แม้ว่าพี่น้องอย่าง “สจ.เสือ” และ “มังกร” จะไปลงพรรคกล้าธรรม เขตนี้ภูมิใจไทย ส่ง “ผู้กำกับอ๊อด พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร” ลงสมัครขายความเป็นคนพื้นที่ แต่ยังไงทั้งกระแสนิยมพรรค และกระแสนิยมบุคคบ “สิงโต” คงรักษาพื้นที่ไว้ได้ไม่ยาก

สำหรับ จ.สงขลา สส.เขต จะเป็นพื้นที่แข่งขันดุเดือดระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ โดยคาดการณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะรักษาไว้ได้ประมาณ 2 เขต แต่ในเรื่องคะแนนพรรค หรือบัญชีรายชื่อ น่าจะเก็บได้ไม่น้อย เพราะนอกจากนิด้าโพลที่ใช้วิชาสถิติมาวัดกระแสแล้ว ในส่วนของพื้นที่ต่างก็สัมผัสได้ถึงความแรงของกระแสนิยมพรรคประชาธิปัตย์ และหากเกิดสถาการณ์พลิกผันขึ้นก่อนวันลงคะแนน พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเก่งในการขยายผลอาจเก็บเก้าอี้สส.เขตเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ก็ได้

Leave a comment