กอทูเล ประกาศฝันรัฐเอกราช ประเทศใหม่บนแผนที่โลก?

กอทูเล ประกาศฝันรัฐเอกราช ประเทศใหม่บนแผนที่โลก?

8 ม.ค. 2569 13:05 น.

กอทูเล ประกาศฝันรัฐเอกราช ประเทศใหม่บนแผนที่โลก?

ทั่วโลกจับตา เมื่อกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มหนึ่งได้ขยับหมากครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศจัดตั้ง “สาธารณรัฐกอทูเล” พร้อมตั้งรัฐบาลของตนเอง ท่ามกลางความขัดแย้งในเมียนมา

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 กองทัพกอทูเล (Kawthoolei Army – KTLA) ซึ่งเป็นกลุ่มแตกตัวออกมาจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union – KNU) ได้ประกาศยกระดับ “รัฐบาลกอทูเล” ขึ้นเป็นรัฐเอกราชเต็มรูปแบบ โดยอ้างถึงการล่มสลายของอำนาจรัฐส่วนกลางเมียนมา และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของชนชาติกะเหรี่ยง

ผู้อยู่เบื้องหลังการประกาศครั้งนี้คือ พลเอกเนอดา เมียะ อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลัง KNDO ภายใต้ KNU ซึ่งก่อตั้ง KTLA ในปี 2022 หลังถูกขับออกจากองค์กร จากกรณีถูกกล่าวหาว่ากองกำลังภายใต้การบังคับบัญชาของเขาประหารชีวิตพลเรือน 25 รายในปี 2021 โดยเจ้าตัวอ้างว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นสายข่าวของกองทัพเมียนมา

ที่มาของสาธารณรัฐกอทูเล

กอทูเล (Kawthoolei) คือดินแดนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมและการปกป้องของ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union – KNU) โดยมีกองกำลังติดอาวุธหลัก 2 หน่วย คือ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) และ องค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO)

หลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 KNU ได้ขยายกำลังด้วยการผนวกรวมกองกำลัง People’s Defense Force (PDF) ซึ่งแม้จะนำโดยนายทหารกะเหรี่ยง แต่ประกอบด้วยนักรบจากเมืองใหญ่ในภาคกลางของเมียนมาจำนวนมาก สะท้อนบทบาทของกอทูเลในฐานะหนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร

แม้จะไม่แน่ชัดว่าพื้นที่ของ กอทูเลจะกว้างใหญ่เพียงใด แต่ตามแผนที่ที่ KNU ใช้อ้างอิง ดินแดนกอทูเลครอบคลุม รัฐกะเหรี่ยง (Karen State) รวมถึงบางส่วนของ เขตพะโคตะวันออก (Bago Region), เขตตะนาวศรี (Tanintharyi Region) และ รัฐมอญตอนเหนือ (Mon State)

แม้สื่อระหว่างประเทศมักเรียกกองกำลังกะเหรี่ยงว่า “กบฏ” แต่ KNU ปฏิเสธคำจำกัดความดังกล่าว โดยยืนยันว่า KNLA และ KNDO คือ “กองทัพที่ชอบธรรม” ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของตนเอง และไม่อาจถูกมองว่าเป็นกบฏในประเทศของตัวเองได้

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2023 KTLA ได้เริ่มจัดตั้ง “รัฐบาลกอทูเล” ก่อนจะประกาศยกระดับเป็น สาธารณรัฐกอทูเล อย่างเป็นทางการในต้นปี 2026 โดยระบุว่าเป็นทางเลือกเดียวของชาวกะเหรี่ยงท่ามกลางการล่มสลายของรัฐเมียนมา

โครงสร้างรัฐคู่ขนาน

ตามแถลงการณ์ของกลุ่ม KTLA สาธารณรัฐกอทูเลจะมีรัฐบาลเต็มรูปแบบ ครอบคลุม 16 กระทรวง ทั้งด้านกลาโหม มหาดไทย การต่างประเทศ การคลัง ป่าไม้ เกษตร เหมืองแร่ และสาธารณสุข โดยมีผู้นำหลัก ได้แก่

  • ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด: พลเอก เนอดา เมียะ
  • รองประธานาธิบดี และรัฐมนตรีต่างประเทศ: ซอ ซา เก โพ
  • รองประธานาธิบดีคนที่สอง: เดวิด ตากาบอ
  • นายกรัฐมนตรี: ซอ โพ ทู เล
  • รัฐมนตรีกลาโหม: เดวิด ลอว์ ดู

KNU ปฏิเสธเกี่ยวข้อง ชี้บ่อนทำลายเอกภาพ

ด้าน KNU ออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการประกาศสาธารณรัฐกอทูเล พร้อมระบุว่า KTLA เป็นเพียงกลุ่มแตกแยกที่ยิ่งซ้ำเติมความซับซ้อนของการเมืองกะเหรี่ยง และบ่อนทำลายเอกภาพของขบวนการต่อสู้ของชนกลุ่มน้อย

KNU ยืนยันจุดยืนเดิมว่า การต่อสู้ของชาวกะเหรี่ยงควรมุ่งไปสู่ การปกครองตนเองภายใต้สหพันธรัฐเมียนมาในอนาคต ไม่ใช่การแยกตัวเป็นรัฐเอกราชโดยลำพัง

ทั้งนี้ คำว่า “กอทูเล” ในตำนานกะเหรี่ยงหมายถึง “ดินแดนไร้ความมืดมน” หรือแผ่นดินแห่งดอกไม้ เคยเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของชาวกะเหรี่ยงมานานหลายทศวรรษ โดย KNU ใช้ชื่อนี้ในการบริหารพื้นที่ของตนมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950

อย่างไรก็ตาม การประกาศสาธารณรัฐกอทูเลโดย KTLA ถูกมองว่าเป็นการเดินคนละเส้นทางกับ KNU และสะท้อนรอยร้าวเชิงอุดมการณ์ที่ลึกขึ้น ท่ามกลางบริบทที่รัฐกะเหรี่ยงกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ การเปลี่ยนผ่านของกองกำลัง BGF ไปสู่ KNA และการแข่งขันอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธหลากฝ่าย

ประเทศใหม่บนแผนที่โลก หรือจุดแตกหักใหม่ของเมียนมา?

ในขณะที่สงครามกลางเมืองเมียนมายังคงดำเนินต่อไป การประกาศรัฐเอกราชของกอทูเลจึงไม่เพียงเป็นการท้าทายอำนาจรัฐบาลทหาร แต่ยังตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของประเทศโดยรวม ว่าการลุกขึ้นประกาศเป็นรัฐเอกราชครั้งนี้ จะเป็นก้าวแรกของการกำหนดชะตากรรมตนเอง หรือจะยิ่งผลักความขัดแย้งให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม 

ขณะที่เส้นทางการเป็นรัฐเอกราชหรือประเทศใหม่บนแผนที่โลกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังต้องการการรับรองจากประชาคมโลกในฐานะรัฐเอกราช ในเวลานี้กอทูเลจึงยังเป็นเพียงรัฐตามคำประกาศขายฝันของนายพลเนอดา เมียะเท่านั้น.

ที่มา : DVB , Burma Insight

Leave a comment