
8 ม.ค. 2569 10:46 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” จี้สภาเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐฯ อีก 50% ทะลุ 47 ล้านล้านบาท
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เรียกร้องขอเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศสำหรับปีงบประมาณ 2027 ไปที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 47 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากงบประมาณปัจจุบันที่ได้รับการอนุมัติที่ 901,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนธันวาคม โดยให้เหตุผลว่าประเทศเผชิญกับช่วงเวลาที่วุ่นวายและอันตรายอย่างยิ่งในเวทีระหว่างประเทศ
ทรัมป์ระบุว่า งบประมาณมหาศาลนี้จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถสร้าง “กองทัพในฝัน” ที่จะทำให้ประเทศปลอดภัยและมั่นคงไม่ว่าจะต้องเผชิญกับศัตรูหน้าไหนก็ตาม แม้ว่าเหล่านักเศรษฐศาสตร์จะออกมาเตือนว่าช่องว่างระหว่างรายได้และรายจ่ายของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระดับที่ไม่ยั่งยืน แต่ทรัมป์ยืนยันว่ารัฐบาลสามารถรับภาระงบประมาณนี้ได้ “อย่างง่ายดาย” โดยอาศัยรายได้จากการจัดเก็บภาษีศุลกากร
นอกจากการเพิ่มงบประมาณแล้ว ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังบริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ โดยตำหนิว่าบริษัทเหล่านี้มักนำกำไรไปจ่ายเงินปันผลมหาศาลให้ผู้ถือหุ้นและซื้อหุ้นคืน แทนที่จะนำมาลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธ
ทรัมป์เสนอให้จำกัดรายได้ผู้บริหารระดับสูงไม่ให้เกิน 5 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยชี้ว่าปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีรายได้สูงเกินจริง ทรัมป์ระบุชื่อบริษัท Raytheon ว่าเป็นบริษัทที่ “ตอบสนองช้าที่สุด” ต่อความต้องการด้านความมั่นคงของชาติ และขู่ว่าหากไม่มีการลงทุนสร้างโรงงานหรือเครื่องจักรเพิ่ม “ก็ไม่ต้องมาทำธุรกิจกับกระทรวงสงครามอีกต่อไป”
อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศดังกล่าว หุ้นของบริษัทผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่อย่าง Lockheed Martin, Northrop Grumman และ Raytheon กลับพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายล่วงหน้าที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) กองทัพสหรัฐฯ เพิ่งเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียที่ต้องสงสัยว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงการจับกุมตัว นายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ไปดำเนินคดีค้ายาเสพติดในสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทางฝั่งเอเชีย เมื่อเดือนธันวาคม จีนได้จัดการซ้อมรบทางทหารล้อมไต้หวัน โดยจำลองการยึดครองและปิดล้อมพื้นที่สำคัญของเกาะ เพื่อเป็นการเตือนถึง “กองกำลังแบ่งแยกดินแดน”.
ที่มา BBC