ทวงคืน 2 เขตได้แน่! ‘จุลพันธ์’นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

ทวงคืน 2 เขตได้แน่! 'จุลพันธ์'นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

ทวงคืน 2 เขตได้แน่! ‘จุลพันธ์’นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

เมื่อเวลา 06.30 วันที่ 8 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และทีมเพื่อไทย ลงพื้นที่เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. นายภูมิพัฒน์ โหสกุล เขต 10 เบอร์ 5 และ นายสุรชาติ เทียนทอง เขต 8 เบอร์ 5 โดยเริ่มเดินหาเสียงในตลาดวัฒนานันท์ (ฝั่งโขง) ต่อมาเดินริมถนนสรงประภา ดูการก่อสร้างบ้านริมคลองเปรมประชากร และเดินทักทายพี่น้องประชาชนบริเวณสามแยกวัดดอนเมือง ดูสภาพการจราจรที่ติดขัดยามเช้า โดยมีการรับข้อเสนอให้ก่อสร้างทางลอด จากถนนสรงประภาสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อลดการจราจรติดขัด

จากนั้น เวลา 08.30 น. นายจุลพันธ์ พร้อมคณะ เดินเท้าหาเสียงในตลาดท่าทราย เขตหลักสี่ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า ร่วมโต๊ะวงน้ำชาพูดคุยปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และได้ปราศัยแนะนำตัวผู้สมัคร และนโยบายของพรรคกับประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้ลงพื้นที่ตลาดวัดดอนเมือง และตลาดเคหะท่าทราย พบพี่น้องประชาชนพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เรามารับฟังปัญหาต่างๆ มีหลายประเด็นสำคัญ เช่น เรื่องการค้าขายและเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันเรื่องเศรษฐกิจเป็นโจทย์หลัก เรามีนโยบายขับเคลื่อนและช่วยเหลือโดยเฉพาะภาคการค้าขาย และเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น

และวันนี้จะมีการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลใกล้เคียง ไปร่วมรับฟังปราศรัย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายณัฐวุฒิ สายเกื้อ รวมถึงผู้สมัคร สส.ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะมีการเปิดนโยบายสำคัญด้านสวัสดิการที่จะมอบให้กับประชาชนและผู้ยากไร้ เราต้องการช่วยเหลือทุกคนให้สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ มีกำลังเดินหน้าต่อ และสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสังคมได้

จากการลงพื้นที่วันนี้ได้รับข้อเสนอจากประชาชน เรื่องการพัฒนาชุมชนบริเวณแยกถนนสรงประภา ใกล้วัดดอนเมือง แก้ปัญหาการจราจรติดขัดในถนนสรงประภาที่รถติดมาตั้งแต่เมืองทองธานี จนถึงแยกวัดดอนเมือง ซึ่งหากผลักดันเรื่องทางลอดได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับชุมชนและผู้สัญจรไปมาอย่างมาก โดยหลังการเลือกตั้ง เราจะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และให้ผู้สมัครเป็นผู้ผลักดันต่อในสภาผู้แทนราษฎร

“ครั้งนี้เรามั่นใจมากกว่า 80 – 90% ว่าเราจะสามารถทวงคืนทั้ง 2 เขตนี้กลับมาได้แน่นอน เพราะเป็นพื้นที่ที่เรามีความเข้มแข็งทั้งตัวบุคคลและนโยบาย ครั้งก่อนอาจเป็นเรื่องของกระแส แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นหลายพรรคเริ่มมีปัญหา การลงพื้นที่เริ่มมีการคัดค้านจากประชาชน ซึ่งจุดนี้เปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำความเข้าใจ นำนโยบายไปสื่อสารกับประชาชน หากเราทำได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถทวงคืนแชมป์กรุงเทพมหานครกลับมาได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะ 2 เขตนี้” นายจุลพันธ์ กล่าว

กรณีมีข่าวผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยไปโจมตีฝ่ายตรงข้าม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ช่วงหาเสียงย่อมมีการโต้แย้งกันเป็นเรื่องปกติ แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยชัดเจน เราเน้นการนำนโยบายไปให้ประชาชน และนำเสนอแนวคิดของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาประเทศ นี่คือหลักการที่เรายึดถือ ในส่วนของผู้ช่วยหาเสียง เราก็มีการสื่อสารและย้ำแนวทางกันอยู่แล้ว

เมื่อถามการดีเบตเมื่อวานที่มีการชวนจัดตั้งรัฐบาล นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เพราะเวลานี้เป็นเวลาของประชาชนในการตัดสินใจ การตัดสินใจไม่ควรอยู่บนความหวาดกลัวหรือความระแวง แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของนโยบาย ตัวบุคคล และความเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ หลังจากประชาชนตัดสินใจแล้ว ค่อยพูดคุยกันว่าใครมีนโยบายใกล้เคียง ใครมีอุดมการณ์ตรงกัน และสามารถร่วมงานกันได้ เมื่อวานเป็นเพียงการพูดคุยบนเวทีเท่านั้น ไม่ได้มีการชวนหรือการตัดสินใจใดๆ สุดท้ายแล้ว ประชาชนคือผู้ตัดสิน

– 006

Leave a comment