ไม่ก้มหัวให้’ทุนเทา’ ‘พีระพันธุ์’โชว์จับ’มีดประหารพยัคฆ์’พิฆาตคนชั่ว

ไม่ก้มหัวให้'ทุนเทา' 'พีระพันธุ์'โชว์จับ'มีดประหารพยัคฆ์'พิฆาตคนชั่ว

ไม่ก้มหัวให้’ทุนเทา’ ‘พีระพันธุ์’โชว์จับ’มีดประหารพยัคฆ์’พิฆาตคนชั่ว

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.59 น.

“พีระพันธุ์”โชว์จับ”มีดประหารพยัคฆ์”พิฆาตคนชั่ว ลั่น”รทสช.”ไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ชงแก้กฎหมายเอาผิดสแกมเมอร์ เร่งกระบวนการให้รวดเร็ว เด็ดขาด

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดยุทธศาสตร์และแสดงจุดยืนนโยบาย “พิฆาตคนชั่ว” ให้มีคุกกลางทะเล เพิ่มโทษสูงสุดกระบวนการค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และปราบปรามการทุจริต

โดยช่วงหนึ่ง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีคำที่ว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” วันนี้ตนเชื่อว่าสังคมและพี่น้องประชาชน รู้สึกถึงเบื้องหลังมากกว่าคำข้างหน้า เพราะทุกวันนี้ทำชั่วได้ดีมีถมไปจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าสังคมถูกกลุ่มคนชั่วเข้ามาครอบงำทั้งหมด คนชั่วที่เป็นข้าราชการเข้ามาทุจริต นักการเมืองชั่วไม่ใช่เข้ามาเพื่อทำงานอ้างประชาชน แต่เข้ามาเพื่อร่วมกันทุจริตหาประโยชน์ ข้าราชการมีอำนาจหน้าที่รังแกประชาชน ประชาชนด้วยกันเองรวมหัวกันฉ้อโกงประชาชน คนดีๆ สังคมที่ดี คนแก่คนเฒ่าเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต ถูกคนเหล่านี้ปล้นไป สิ้นเนื้อประดาตัว บางคนถึงกับต้องฆ่าตัวตาย การกระทำของคนชั่วพวกนี้ จึงต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม เพื่อปกป้องคนดี คนดีต้องมีที่ยืน สังคมต้องไม่โดดเดี่ยว สุภาษิตที่บอกว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วต้องกลับมา” นี่คือสิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศนโยบายพิฆาตคนชั่ว พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ร่วมสังฆกรรมและเอาจริงกับการทุจริต ยืนยันว่าเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ไม่ยอมให้มาครอบงำพรรค และครอบงำประเทศ ไม่ยอมให้ข้าราชการทุจริต ปล้นเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินของคนทั้งประเทศลอยนวล โดยไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาด

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติคิดถึงสิ่งเหล่านี้ และเห็นว่าปัญหาเหล่านี้มันทวีคูณขึ้นจนกลายเป็นวิกฤตหนึ่งของประเทศ เราจึงคิดว่าวิกฤตที่เราต้องแก้ไขโดยเด็ดขาดเพื่อพลิกโฉมประเทศ ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว โดยนโยบายพิฆาตคนชั่วเพื่อพิทักษ์คนดี คนดีจะมีพรรครวมไทยสร้างชาติยืนอยู่ด้วย และปกป้องตลอดเวลา ยืนยันว่าเราจะยึดมั่นและเดินแนวทางนี้ จะไม่ยอมให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ทุจริตประพฤติมิชอบ หรือใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง ร่วมมือกับคนชั่ว ปล่อยให้กระทำความผิดและไม่ดำเนินการจับกุมไปให้ได้

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขอโอกาสได้รวมไทยสร้างชาติเข้าไปดำเนินการจัดการคนชั่วเหล่านี้ อย่าให้ทำชั่วได้ดีมีถมไป มีอีกต่อไป

จากนั้น นายพีระพันธุ์ ทำสัญลักษณ์ด้วยการจับมีด “ประหารหัวพยัคฆ์”

ต่อมา นายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยย้ำว่า นโยบายพิฆาตคนชั่วของพรรค ไม่ได้มุ่งเน้นที่ข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบโกงเงินแผ่นดินอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น ไปช่วยกันให้กลุ่มสแกมเมอร์พ้นผิด หรือไม่จับกุม ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งปัญหาสแกมเมอร์ขณะนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ เราไปเน้นการจับกุม แต่ไม่มีกฎหมายจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคจะเร่งดำเนินการทันที

เมื่อถามย้ำว่า ประเทศไทยมีปัญหานี้มานาน จะสามารถจัดการได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เมื่อไม่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อลงโทษสแกมเมอร์ ซึ่งสแกมเมอร์โดยพื้นฐานก็เกิดจากการฉ้อโกง แต่ที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ไม่คิดว่าจะฉ้อโกงในลักษณะนี้ กฎหมายไทยเป็นความผิดอาญาธรรมดา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือมีความผิดเรื่องฉ้อโกงประชาชน ในอดีตกฎหมายระบุความผิดเป็นเรื่องตัวต่อตัว หากมี 1 – 3 คนร่วมกันทำ แต่กฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงการใช้เทคโนโลยี เครือข่ายอาชญากรรม หรืออาชญากรรมข้ามชาติ และผลกระทบจากการฉ้อโกงก็ไม่เคยใหญ่ถึงระดับหลายแสนล้าน ดังนั้นการกระทำผิดนี้ควรมีโทษเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่ทำ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ก่อนจะมีโทษก็ต้องผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ผู้มีอำนาจไม่ปฏิบัติ หรือกลับไปช่วยกันทำพยานหลักฐานให้อ่อน ลักษณะแบบนี้คือการร่วมกระทำความผิด ต้องมีโทษเช่นกัน ทั้งนี้ การนำพยานหลักฐานส่งฟ้องศาล ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิธีพิจารณาความให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติ เมื่อไปถึงชั้นศาล ก็ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ให้การพิสูจน์ความผิดเป็นภาระของผู้กระทำความผิด ไม่ใช่ผู้กล่าวหา จะได้เกิดความยุติธรรม และให้ศาลมีโอกาสไต่สวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้เอง เมื่อศาลตัดสิน ต้องให้มีการทำตามคำพิพากษาตามเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ตัดสินแล้วไปนอนรอในเรือนจำ ไม่มีการบังคับคดี จนบางคนไปตั้งฮาเร็มในเรือนจำ

เมื่อถามว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริต แต่ทำความผิดเสียเอง ต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระเหล่านี้ ได้กำหนดโทษไว้อยู่แล้ว หากคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ไปทำความผิดเสียเอง จะมีโทษเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่ปัญหาวันนี้คือ กระบวนการเอาผิดหรือสอบสวน ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแค่ไหน จึงต้องวนมาที่การปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็ว เพื่อให้มีกรอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆ

– 006

Leave a comment