ปิยบุตร ลุยช่วยหาเสียงสกลฯ ปลุกดินแดนประชาธิปไตย เลือกพรรคส้มได้ เท้ง นายกฯ แน่นอน

ปิยบุตร ลุยช่วยหาเสียงสกลฯ ปลุกดินแดนประชาธิปไตย เลือกพรรคส้มได้ เท้ง นายกฯ แน่นอน  

ปิยบุตร ลุยช่วยหาเสียงสกลฯ ปลุกดินแดนประชาธิปไตย เลือกพรรคส้มได้ เท้ง นายกฯ แน่นอน  

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

“ปิยบุตร” ช่วยหาเสียงที่สกลนคร ยืนยันเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ได้ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน!

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปรณรงค์หาเสียงที่จังหวัดสกลนคร โดยช่วงเช้า นายปิยบุตรได้ขึ้นเวทีปราศรัยวัดบ้านดงหลวง ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย เขต 2 ตามด้วยการปราศรัยย่อยที่ศาลารวมใจ บ้านม่วงไข่ ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน เขต 6 และปิดท้ายที่ลานกีฬาเทศบาลตำบลกุดเรือคำ เขต 7

นายปิยบุตร กล่าวว่า มาเยือนสกลนครหลายครั้ง มารณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ก็ได้รับเสียงสนับสนุนทั้งประเทศกว่า 6.3 ล้านเสียง สส. 81 คน พรรคเกิดใหม่ขยับเป็นพรรคอันดับ 3 หลังจากนััน พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนและธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกตัดสิทธิไป 10 ปี . จนเข้าสู่การตั้งพรรคก้าวไกลได้รับเสียงสนับสนุนกว่า 14 ล้านเสียง ได้ สส. 151 คน ขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ และพรรคก้าวไกลก็ถูกยุบอีกครั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกตัดสิทธิไปอีก 10 ปี แต่ก็ยังทำหน้าที่รณรงค์ทางการเมืองระดับนานาชาติในหลากหลายประเทศ และเข้าสู่พรรคที่สามคือพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 

นายปิยบุตร เล่าถึงผู้สมัคร สส. ภาสพล อุฬารกุล เขต 2 (เบอร์ 2) บุตรชายของวิญญู อุฬารกุล อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งปี 2543  ภาสพลเกิดและเติบโตที่นี่ ได้ไปเรียนปริญญาตรีและโทที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาแล้ว ทำงานภาคเอกชนในหลายบริษัท  วันนี้ขอมาอาสารับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวสกลนคร ด้วยความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่วัย 27 ปี มีกำลังวังชา ความรู้ และแนวคิดใหม่ๆ พี่น้องจะได้ผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ที่ดีแน่นอน 

ตามด้วยอาจารย์แจ็ค ธนชาติ ไชยทองพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 (เบอร์ 6) ได้ทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา จบรัฐศาสตร์การปกครอง มีสำนักงานทนายความ มีโอกาสทำสหกรณ์โคขุน เคยเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลเทคนิค และได้ร่วมทำงานเบื้องหลังให้ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ จนถึงพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน

ส่วนเขต 7 พรรคประขาชนส่งอภิชิต ถาบุตร ลงชิงชัย อภิชิต หรือ “เหมา” อดีตเคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล อยู่กับเรามาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคถูกยุบ เขายังไม่ไปไหน สู้ร่วมกันต่อกับพรรคก้าวไกล ลงเลือกตั้งปี 66 แพ้ไป 5,000 คะแนน ครั้งนี้ เขาขอโอกาสพี่น้องคนสกลนครอีกครั้ง หากพี่น้องให้ความไว้วางใจ เราจะได้มีผู้แทนหน้าใหม่ พร้อมทำงาน และเป็นเสียงที่จะไปเลือกณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี 

มาถึงสกลนคร ไม่พูดถึงเรื่องการเมืองหรือประชาธิปไตย ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะที่แห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งการต่อสู้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ปกครองในบ้านเมืองนี้ใช้อำนาจกดขี่ ข่มเหง พี่น้องชาวสกลนครจะลุกขึ้นต่อสู้ทุกครั้งไป นับตั้งแต่ครูเตียง ศิริขันธ์ ถึงครูครอง จันดาวงศ์ รวมถึงพี่น้องชาวสกลนครจะเป็นคนที่ลุกขึ้นสู้ต่อความอยุติธรรมเสมอ

การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้สำคัญมาก ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ดังนี้

เรื่องที่ 1 ไม่มีเสียงจาก สว. มาเกี่ยวข้องในการเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จากปี 2562 ถึงปี 2566 ต่อให้ประชาชนลงคะแนนสนับสนุนมากเท่าไหร่ก็มีเสียงจาก สว. มาสกัดเสมอ ครั้งนี้ ปี 2569 สว. ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว 

เรื่องที่ 2 นับตั้งแต่หลังปี 2535 เมื่อเลือกตั้ง สส. พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกอันดับ 1 จะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้ง แต่หลังจากรัฐประหาร ปี 2557 การจัดตั้งรัฐบาลในปี 2562, ปี 2566 เริ่มผิดปกติ ทำให้พรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตามจริงแล้วพรรคการเมืองอันดับใดก็ตามที่รวม สส. ได้มากที่สุด ต้องสามารถตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี 

นายปิยบุตร กล่าวว่า ขณะเดินทางมาภาคอีสานนั้น พบว่ามีการปล่อยข่าวเสียหาย บอกว่าเลือกพรรคส้ม เดี๋ยวคนของพรรคอื่นจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เมื่อพรรคประชาชนมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตั้ง 3 คน เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับเลือกจำนวนมากพอจนจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคประชาชนจะไปให้คนอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าใครปล่อยข่าวเช่นนี้ ยืนยันได้เลยว่าโกหก ไม่จริง 

ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์ เลือกพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 เลือก สส. เขตจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ก็จะได้ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน

เรื่องที่ 3 นี่คือการเลือกตั้งแห่งการเปลี่ยนแปลง ชี้ชะตาอนาคตประเทศ ถ้าไม่อยากให้ประเทศเป็นเหมือนเดิม ถ้าไม่อยากให้การเมืองไทยตกอยู่กับวังวนของการใช้เงินซื้อเสียงใช้อิทธิพลกลไกรัฐ ใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ เมื่อได้อำนาจ ก็ถอนทุนคืน ถ้าอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องสนับสนุนพรรคประชาชนให้ได้เป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้แน่นอน 

ในอดีตที่ผ่านมา เวลาเขาคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี ก็มักใช้ระบบโควตา แบ่งตามกลุ่มทุน แบ่งตามมุ้ง ส.ส. แบ่งตามพรรษาการเมือง พรรคประชาชนขอเสนอวิธีการคัดเลือกรัฐมนตรีแบบใหม่ เลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ วางคนให้ตรงกับงาน ไม่ต้องมาตามโควตากลุ่มทุน ไม่ต้องคัดจากหัวหน้ามุ้งที่มี ส.ส.ในมุ้งมาต่อรอง ถ้าพี่น้องอยากเห็นแบบใหม่นี้ ต้องช่วยกันเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงให้ดู 

การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากมีความสำคัญหลายเรื่อง ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีบัตร 3 ใบ มี 2 คูหา โดยคูหาแรกให้เลือก ส.ส. กาใบสีเขียวคือเบอร์ ส.ส. เขต กาใบสีชมพู คือเบอร์พรรค เบอร์ 46 .    จากนั้นก็มีคูหาข้างๆ อีกคูหาหนึ่ง มีบัตรสีเหลือง เป็นคำถามประชามติ ถามว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้พี่น้องช่วยกันกาเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบ้บใหม่ กาเห็นชอบให้ถล่มทลาย เพื่อแสดงพลังของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดออกไป ต่อไปวุฒิสภาหรือองค์กรไหนจะได้หมดข้ออ้างในการขัดขวางการทำรัฐธรรมนูญใหม่

สกลนครมีทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส.​ครบทุกเขต ดังนี้

ตวงสิทธิ์ พงษ์พิศ เขต 1 (เบอร์ 4)
ภาสพล อุฬารกุล เขต 2 (เบอร์ 2)
สิริวุฒิ ศุภวุฒิ เขต 3 (เบอร์ 3)
ปรานี วัฒนาประดิษฐชัย เขต 4 (เบอร์ 7) บัญชา จันทศรี เขต 5 (เบอร์ 3)
ธนชาติ ไชยทองพันธ์ เขต 6 (เบอร์ 6)
อภิชิต ถาบุตร เขต 7 (เบอร์ 4)

Leave a comment