ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ปราศรัยปลุกคน กทม. ประกาศคนไทยต้องไร้จน

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ปราศรัยปลุกคน กทม. ประกาศคนไทยต้องไร้จน

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ปราศรัยปลุกคน กทม. ประกาศคนไทยต้องไร้จน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.23 น.

“ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทย ปราศรัยปลุกคนกทม. ประกาศ“คนไทยต้องไร้จน” ”สุริยะ“ ชูอัพคนละครึ่งเป็น ‘รัฐช่วย70ปชช.จ่าย30’ “จุลพันธ์” ส่งศาล ถึงคนในรัฐบาล พูดแล้วทำ-แต่ไม่ตรงที่พูด ลั่น จะพาอ.เชน เข้าทำเนียบเป็นนายกฯ 

วันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการการเลือกตั้ง มีครอบครัวเพื่อไทย นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมปราศรัย 

เวลา 18.45 น. นายสุริยะ เริ่มปราศรัยด้วยการให้ความเชื่อมั่นว่า “ถ้าผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้ง เกิน 200 คน เรายกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน” พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยต้องเดินหน้า “ทั้งปากท้อง” และ “โครงสร้างพื้นฐาน” ไปพร้อมกันโดยกล่าวสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำได้ 1. คมนาคมต้องทั่วถึง ปลอดภัย และราคาถูก  รถไฟฟ้า 20 บาท และ Feeder 10 บาท จะเกิดขึ้น ภายใน 3 เดือน 2. บ้านต้องราคาถูกลง เข้าถึงได้จริง ด้วย“บ้านเพื่อคนไทย”3.เส้นเลือดใหญ่โอกาสใหม่ รถไฟรางคู่ ท่าเรือ สนามบินใหม่ เส้นทางมอเตอร์เวย์ดีๆ เดินหน้าต่อ ทั้งหมดนี้เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและการทำมาค้าขายที่ติดขัด ให้คนไทยกลับมามีกำลัง มีโอกาส และคนไทยจะรวยขึ้น 

นายสุริยะ ยังได้พูดถึงแผนการปฏิรูปเส้นทางคมนาคมทางบก-ราง-อากาศ และทางน้ำ ทางบก จะเปิดเมกะโปรเจกต์ 11 โครงการ อาทิ โครงการทางพิเศษ จ.ภูเก็ต ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ , มอเตอร์เวย์สายนครปฐม–ชะอำ ตรงสู่หัวหิน / ทางราง จะขยายรถไฟรางคู่ ครอบคลุมทั้งใต้ เหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เปลี่ยนการขนส่งจากถนนมาสู่ราง , รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ–หนองคาย ลดเวลาการเดินทาง / ทางอากาศ จะขยายสนามบินเพิ่มรองรับผู้โดยสาร ทั้งดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต รวมถึงสุวรรณภูมิ ทำให้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกให้ได้

”นโยบายอะไรดีต่อประชาชน—ทำต่อทันที ไม่เอาการเมืองมาขวางความเดือดร้อน “คนละครึ่ง” ยังทำต่อกันได้ แล้วนโยบายที่ช่วยคนไทยจริงๆ เราพร้อมเดินหน้าต่อ วันนี้นักท่องเที่ยวหาย ร้านค้าเงียบ หลายบ้านถึงขั้น “ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ไหว” เพราะฉะนั้นเพื่อไทยจะยกระดับ จาก “คนละครึ่ง” เป็น รัฐช่วย 70% พี่น้องจ่าย 30% ให้คนซื้อไหว ร้านขายได้ เงินหมุนกลับมาทันที  ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะทำให้โครงการนี้ไม่ใช่แค่ประคองชีพ แต่เป็นโครงการ “กระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่” โอบอุ้มทั้งคนซื้อและคนขายไปพร้อมกัน“ นายสุริยะกล่าว

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายจุลพันธ์ปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของพี่น้องดีขึ้น แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประชาชนสามารถ “ยืนขึ้นได้อีกครั้ง อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”  ต้องการนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เศรษฐกิจเติบโต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพิ่มรายได้ต่อหัวของทุกคน นโยบายทุกข้อมุ่งเน้นนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้สังคมดีขึ้น ให้คนไทยมีความสุข  จุดแข็งของพรรคเพื่อไทยตลอดมา อยู่บน 3 หัวใจหลัก คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร สส. ที่มี DNA พรรคเพื่อไทย และ นโยบาย 

นายจุลพันธ์ ยังได้พูดถึง 7 นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ที่มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ความปลอดภัย และอนาคตของคนกรุงเทพอย่างแท้จริง 1. แก้หนี้สินประชาชนอย่างจริงจังและเป็นธรรม 2. ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%  3. ปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก 4. ปราบสแกมเมอร์ ปกป้องเงินคนไทย 5. หวยเกษียณ สร้างอนาคตยามแก่ 6. SME และ E-commerce สัญชาติไทย ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง 7. การพัฒนาคน สู่เวทีโลก

“ วันนี้กรุงเทพฯ ต้องการการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยต้องการรัฐบาลที่คิดถึงประชาชนจริง ๆ ขอพลังจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่นคง เลือกชีวิตที่ดีกว่า เพื่อลูกหลานของเรา” 

ในตอนท้ายนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ”เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันเลือกตั้งครั้งนี้ จะชี้ชะตาประเทศไทย ไม่ใช่เวลาลองผิดลองถูก ที่จะเอาคนไม่มีประสบการณ์มาทดลองบริหารประเทศ และไม่ใช่เวลาที่จะให้โอกาสกับใครก็ตามที่บริหารประเทศล้มเหลวใน 2 เดือน และขอฝากคำพูดไปถึงคนในรัฐบาล ‘จากหนิมถึงหนู‘ ว่า ที่บอกพูดแล้วทำ แต่ที่ทำมาไม่ตรงที่พูดซะอย่าง ทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ล้มกระดาน ไม่แทรกแซงคดี แต่ฮั้วสว. เขากระโดงไม่เดินหน้า และไม่กลัวการตรวจสอบแต่ยุบสภาหนี พร้อมลั่นว่าจะพา เชน ยศชนัน วงศ์สวัสด์ เข้าทำเนีบบเป็นนายกรัฐมนตรี”

เวลา 19.40 น. นายยศชนัน ขึ้นปราศรัยคนสุดท้าย โดยพูดถึงนโยบายเริ่มที่ 30 บาทรักษาทุกโรค มา 30 บาทรักษาทุกที่ และต่อยอดมาถึง 30 บาท AI เชื่อมโยงข้อมูลการแพทย์ คืนสุขภาพที่ดีให้คนไทยป่วยต้องรักษาให้ดีที่สุด และ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นด้วยกองทุนหมู่บ้าน มาถึงกองทุนพัฒนา SML คืนอำนาจตัดสินใจ คืนเงินกลับสู่ท้องถิ่น

นายยศชนัน เสนอ “ยกเครื่องประเทศไทย” จากปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างประเทศเหมือนปิรามิดต้องเริ่มขยับจากฐานก่อน ต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ต้องทำคู่ขนานไปกับการปรับโครงสร้างหนี้ ล้างหนี้ทั้งระบบ โดยดูรายจ่ายหลักของคนไทย คือ 1. การจับจ่าย 2. ที่อยู่อาศัย 3. คมนาคมขนส่ง 

จากนั้นจะดูแลเครื่องยนต์หลักของประเทศ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการ จะสนับสนุน Made in Thailand ให้ SME อยู่ได้ ด้านการท่องเที่ยว จะเปิดนโยบายใหม่สนับสนุนคนไทยในต่างประเทศ ให้มีสินเชื่อทำธุรกิจ เป็นหน้าต่างการค้าไทยสู่โลก  เรื่องความปลอดภัย จะใช้ AI เชื่อมข้อมูลให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย ประชาชนทำมาหากินได้บริการไทยจะมีมูลค่าสูงขึ้น  เกษตรต้องเพิ่มมูลค่า เปลี่ยนอาหารเป็นยา เปลี่ยนสมุนไพรเป็นอุตสาหกรรม สร้างยา สร้างชาติ ไทยต้องเป็นศูนย์กลางการแพทย์ สร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่าการท่องเที่ยว และเรื่องความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ย้ำว่าคอรัปชั่น ยาเสพติด ทุนเทา ไม่หมด ไม่เลิก

ในช่วงท้าย นายยศชนัน เสนออีกหนึ่งนโยบายที่ยังไม่เคยเปิดที่ไหน ประกาศสงครามกับความยากจน ถ้าได้เป็นรัฐบาล “คนไทยต้องไร้จน” จะใช้ AI รู้ว่าใครจน คนที่รายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 3,000 จะได้รับเติมเงินให้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน

“ทำไมเราถึงมั่นใจว่าจะทำได้ เพราะเรามีพี่น้องพรรคไทยรักไทยกลับมาอยู่กับเรา มีพี่น้องพรรคเพื่อไทยประสบการณ์อยู่กับเรา ไม่ไปไหน และเติมเต็มคนรุ่นใหม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลายคนอาจมองเป็นวันเลือกตั้ง แต่สำหรับพวกเรามันคือวันแห่งความหวัง ที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ที่จะยกเครื่องประเทศไทยไปตลอดกาล ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ เลือกทั้งคน ทั้งพรรค” นายยศชนันกล่าว

Leave a comment