เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

เพื่อไทยยกทัพบุกสันกำแพง ยศชนันประกาศทวงคืนแชมป์เชียงใหม่ ชูนโยบายล้างหนี้-คนไทยไร้จน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.20 น.

เพื่อไทยลุยเชียงใหม่ “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ-ณัฐวุฒิ” ผนึกกำลังปราศรัย ชูนโยบาย “สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน” มั่นใจกลับมาทวงแชมป์ สส.เชียงใหม่

9 ม.ค.2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและปราศรัยหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ โกดังจอมทองกิจเกษตร อำเภอจอมทอง และที่วัดม่วงเขียว อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับพื้นที่วัดม่วงเขียว อ.สันกำแพง ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจาก นายยศชนัน เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 แต่เกิดการรัฐประหารก่อนจึงไม่ได้เข้าทำหน้าที่ในสภา และบรรยากาศการลงพื้นที่ทั้ง 2 ที่ในวันนี้มีประชาชนมาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บางคนนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง หรือ “ดอกคำปู้จู้” ในภาษาเหนือ มาคล้องคอจนมิดศีรษะ

ในการปราศรัย นายจุลพันธ์ เริ่มต้นด้วยความยินดีที่ได้กลับมาพบปะชาวสันกำแพงอีกครั้ง และภาคภูมิใจมากที่ได้มาเยือนบ้านเกิดของอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมประกาศว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมกลับมาทวงแชมป์ สส. พื้นที่ จ.เชียงใหม่อีกครั้ง โดยแสดงความมั่นใจว่า นายยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ประชาชน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนเชียงใหม่ และพร้อมจะเป็นนายกฯ คนใหม่ของประเทศ

“นอกจากแคนดิเดตนายกฯ แล้ว อีกจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยคือ สส.พรรคเพื่อไทย ไม่เคยละทิ้งพื้นที่ ไม่เคยละทิ้งประชาชน ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาพี่น้องในพื้นที่ ในประวัติศาสตร์พรรคเพื่อไทย สส. ไม่เคยมีใครต้องให้ประชาชนมาประกาศตามหาว่าไม่เคยเห็นหน้าในพื้นที่”

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงนโยบายที่เป็นจุดแข็ง โดยมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นหมุดหมายสำคัญ ภายใต้สโลแกน ‘สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน’ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทยจะสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างแดน ซึ่งคาดว่าจะมีถึง 20 ล้านคนต่อปี ด้วยโครงการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ ‘สนามบินล้านนา’ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟรางคู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในมิติใหม่ๆ ให้เม็ดเงินไหลไปยังทุกพื้นที่ของจังหวัด ส่วนปัญหาสังคม เช่น ยาเสพติดและสแกมเมอร์ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามให้จบ เพื่อคืนชีวิตที่ปกติให้กับประชาชน

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราไม่พร้อมที่จะไปเลือกคนที่ไม่เคยบริหารประเทศ แล้วบอกว่าถ้า 4 ปี ทำไม่ดีไม่ต้องเลือกใหม่ เราไม่พร้อมที่เลือกรัฐบาลที่เป็นเพียง 2 เดือน แต่พิสูจน์ความล้มเหลวได้แล้ว วันนี้ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้ได้ สส. และนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายณัฐวุฒิ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า แม้มีเสียงวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งรอบนี้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพบอบช้ำ แต่ขอยืนยันว่าหัวใจพวกเรายังแข็งแกร่ง และยังคัดสรรนโยบายดีๆ ออกมาให้กับประชาชน

“ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ยังเป็นปรัชญาในทางนโยบายของพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งคราวนี้ ยืนยันว่าจิตวิญญาณอุดมการณ์ของพวกเรายังอยู่”

พร้อมกันนี้ ณัฐวุฒิได้เสนอนโยบายแบบจัดเต็มเป็นแพ็กเกจ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งนโยบายล้างหนี้ประชาชน, ลดค่าไฟฟ้าทันทีเหลือ 3.70 บาท, นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการบ้านเพื่อไทย เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้าน โดยผ่อนจ่ายเพียง 4,000 บาท พร้อมย้ำว่าผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทยทุกคนอยู่กับพื้นที่และมีจิตสำนึกในการทำเพื่อประชาชน จึงขอโอกาสส่ง สส.เพื่อไทยสู่สภา และส่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล

จากนั้น นายยศชนัน ขึ้นปราศรัยระบุว่า “ยศชนัน หลานนายกฯ ทักษิณ กลับมาแล้ว” รอบนี้ขอพา จักรพล ตั้งสุทธิธรรม (ท็อป) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปในสภา เพื่อผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้สำเร็จ หลังจากผ่านมา 10 ปีแล้ว ที่คนสันกำแพงเคยร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยด้วยการเลือกคนเมืองของเราเข้าไปบริหารประเทศ ดังนั้นตอนนี้ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายคนอาจจะจำตนไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ผมยาว แต่ตอนนี้ราศีเริ่มจับ เพราะโพลขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว พร้อมย้ำถึง “นโยบายคนไทยไร้จน” โดยเน้นย้ำเรื่องการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งนโยบายนี้ต้องใช้ความกล้าหาญ แม้หลายคนเริ่มออกมาทำลายนโยบาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความเป็นคน โดยกำหนดเส้นแบ่งความยากจนที่ 3,000 บาท สิ่งที่ตนจะทำคือหาเงินเข้ามาในระบบและเจียดมาสักนิดเพื่อให้คนด้อยโอกาสได้กลับมาลืมตาอ้าปาก อีกสิ่งที่ต้องทำคือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามา ซึ่งอย่างน้อยคน 1 ใน 3 ของประเทศต้องเก่ง AI

“วันนี้ถ้าไม่เลือก ท็อป-จักรพล แบบถล่มทลาย ยศชนันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ขอให้รอบนี้อย่าประมาท วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันเลือกตั้งอย่างเดียว แต่เป็นวันแห่งความหวัง”

Leave a comment