“ทรัมป์” ขู่จัดการขั้นเด็ดขาดเหตุประท้วงอิหร่าน เผยอิหร่านแจ้งขอเจรจาโครงการนิวเคลียร์

"ทรัมป์" ขู่จัดการขั้นเด็ดขาดเหตุประท้วงอิหร่าน เผยอิหร่านแจ้งขอเจรจาโครงการนิวเคลียร์

12 ม.ค. 2569 14:32 น.

“ทรัมป์” ขู่จัดการขั้นเด็ดขาดเหตุประท้วงอิหร่าน เผยอิหร่านแจ้งขอเจรจาโครงการนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังพิจารณา “ทางเลือกที่รุนแรงมาก” ต่ออิหร่าน ท่ามกลางเหตุการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงขับไล่รัฐบาลที่ลุกลามไปทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและสถานการณ์ส่อแววบานปลายเป็นวิกฤตระดับนานาชาติ ขณะที่อิหร่านแจ้งขอเจรจาโครงการนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านโทรมาเพื่อเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดทำลายในสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน ทรัมป์ได้เตือนผู้นำอิหร่านว่าสหรัฐฯ จะโจมตีหากกองกำลังรักษาความปลอดภัยเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วง

หน่วยงานนักสิทธิมนุษยชน (HRANA) รายงานว่าสามารถยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตได้แล้วเกือบ 500 ราย และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอีก 48 นาย ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากห้องเก็บศพใกล้กรุงเตหะรานที่เผยให้เห็นถุงใส่ศพกว่า 180 ใบวางเรียงราย ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของญาติที่มาตามหาคนรัก แหล่งข่าวในพื้นที่เผยว่า “ถนนในเตหะรานเต็มไปด้วยเลือด และเจ้าหน้าที่กำลังใช้รถบรรทุกขนย้ายศพออกไป”

แม้ทรัมป์จะระบุว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ติดต่อมาเพื่อขอเจรจา และกำลังมีการนัดหมายเกิดขึ้น แต่เขาเน้นย้ำว่า “เราอาจต้องลงมือก่อนที่จะมีการประชุม” เนื่องจากทนเห็นการปราบปรามที่โหดร้ายไม่ได้ 

สื่อระหว่างประเทศไม่สามารถรายงานจากภายในอิหร่านได้โดยตรง และรัฐบาลได้ตัดอินเทอร์เน็ตตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ทำให้การตรวจสอบข้อมูลยากขึ้น ทำให้ทรัมป์เตรียมหารือกับ อีลอน มัสก์ เพื่อใช้ระบบดาวเทียมสตาร์ลิงก์กู้คืนสัญญาณอินเทอร์เน็ตในอิหร่าน หลังจากรัฐบาลอิหร่านสั่งตัดสัญญาณทั่วประเทศเพื่อปิดกั้นการสื่อสารของผู้ประท้วง

ขณะที่รายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า ทรัมป์ได้รับแจ้งแผนการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายสำคัญในอิหร่านแล้ว รวมถึงการใช้เครื่องมือทางดิจิทัลโจมตีกองทัพอิหร่าน การสนับสนุนข้อมูลออนไลน์ให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาล และเพิ่มความเข้มงวดทางการค้าและเศรษฐกิจขั้นสูงสุด

ด้านอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ตราหน้าผู้ประท้วงว่าเป็น “กลุ่มอันธพาล” และอ้างว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่น ขณะที่อัยการสูงสุดของอิหร่านประกาศว่า ใครก็ตามที่เข้าร่วมการประท้วงจะถูกถือว่าเป็น “ศัตรูของพระเจ้า”  ซึ่งมีโทษประหารชีวิต นอกจากนี้ ประธานสภาอิหร่านยังเตือนสหรัฐฯ ว่าอย่า “คำนวณพลาด” เพราะหากมีการโจมตีเกิดขึ้น ฐานทัพและเรือขนส่งของสหรัฐฯ รวมถึงอิสราเอลในภูมิภาค จะตกเป็นเป้าหมายทันที

การประท้วงครั้งนี้มีจุดเริ่มมาจากความโกรธแค้นเรื่องค่าเงินที่ตกต่ำอย่างรุนแรงในช่วงปลายเดือนธันวาคม ก่อนจะขยายตัวเป็นการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและการขับไล่ระบอบการปกครอง ซึ่งถือเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การเสียชีวิตของ “มาห์ซา อามินี” ในปี 2022 ปัจจุบันคาดว่ามีผู้ถูกจับกุมแล้วกว่า 10,600 ราย ท่ามกลางการใช้โดรนบินตรวจตราเหนือย่านที่พักอาศัยเพื่อระบุตัวตนผู้ประท้วงตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านเรซา ปาห์ลาวี บุตรชายอดีตกษัตริย์อิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ระบุว่าการประท้วงได้ “สั่นคลอนรากฐาน” ของรัฐบาล และการเพิ่มการใช้กำลังกับประชาชน “ไม่ใช่สัญญาณของความแข็งแกร่ง แต่เป็นความหวาดกลัวต่อการล่มสลาย”.

ที่มา BBC

Leave a comment