
นายกฯ เรียก บิ๊กเล็ก คุยเหตุระเบิดใต้ เชื่อก่อเหตุความไม่สงบ เหตุเกี่ยวพันหลายเรื่อง
วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.
“นายกฯ” เรียก “บิ๊กเล็ก” คุยเหตุระเบิดใต้ กำชับเยียวยาผู้ประกอบการ เชื่อก่อเหตุความไม่สงบ เหตุเกี่ยวพันหลายเรื่อง บอกปัดความรับผิดชอบไม่ได้ต้องสังคายนาการข่าว
วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั้มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา
จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ม.ค. ตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเสนาธิการทหารบก เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพล นายฉัตรชัย รวมถึง รองเสนาธิการทหารสูงสุด มาหารือเพิ่มเติม โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุดสืบสวนว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในส่วนของศอ.บต.ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บที่มีทั้งสิ้นประมาณ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการเพราะมีความเสียหายคือปั้ม ปทต.ทั้งหมด และตนได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้ปตท. มีส่วนในการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย โดยต้องให้เขาดำเนินกิจการต่อ เพราะถ้าเขาไม่ทำจะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจเขาเพราะเขาไม่มีบริษัทประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการก่อการร้าย
เมื่อถามว่า เบื้องต้นยืนยันไม่ใช่การก่อความไม่สงบใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวสวนทันทีว่า “จะบอกว่าไม่ใช่ก่อความไม่สงบได้อย่างไร มันตั้ง 3 จังหวัดและเน้นเป้าหมาย” เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันหลายอย่างรวมกัน ก็สอบถามและให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ประเมินให้ฟัง มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี การไม่ต้องการเห็นความสงบสุขหรือสันติสุขเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องก่อนที่จะต่ออายุการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มักมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่เขาเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาคือการข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าสุดความสามารถในการที่จะไปทราบได้ ในฐานะผู้บริหารต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งระดับประเทศกำลังจะเกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้มงวดยาวไปเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย และท่านแม่ทัพบอกว่าช่วงที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อที่ระดมกำลังพลไปดูเรื่องวันเด็กด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แล้วก็เกิดเหตุขึ้นมาในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. และได้กำชับไปยังเลขาธิการศอ.บต.ว่า เกิดเหตุอย่างนี้เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอ ยังไงก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ