ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี “เมียนมา” ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี "เมียนมา" ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

12 ม.ค. 2569 12:57 น.

ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี “เมียนมา” ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่กรุงเฮก เริ่มการไต่สวนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อพิจารณาว่าเมียนมากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาหรือไม่ จากคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องในปี 2019 โดยกล่าวหาเมียนมาละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค.ศ.1948 ระหว่างการปราบปรามในปี 2017

ผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก (ICJ) เตรียมเริ่มการไต่สวนในคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมา ในข้อหาละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค.ศ. 1948 จากเหตุการณ์ปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรงเมื่อปี 2017 โดยการไต่สวนจะมีขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ (12 ม.ค.) เป็นต้นไป

เหตุการณ์รุนแรงโดยกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธชาวพุทธ ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนต้องลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศ พร้อมนำหลักฐานและเรื่องราวอันน่าสลดเกี่ยวกับการสังหารหมู่ การข่มขืน และการเผาทำลายหมู่บ้าน ปัจจุบันมีชาวโรฮีนจากว่า 1.17 ล้านคน อาศัยอยู่อย่างแออัดในค่ายพักพิงชั่วคราวบนพื้นที่ 8,000 เอเคอร์ ในเมืองค็อกซ์บาซาร์ 

นางจานิฟา เบกุม คุณแม่ลูกสองวัย 37 ปี หนึ่งในผู้ลี้ภัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า “ฉันต้องการเห็นว่าความทุกข์ทรมานที่เราได้รับ จะถูกสะท้อนออกมาในการไต่สวนครั้งนี้หรือไม่ เราต้องการเพียงความยุติธรรมและสันติภาพ”

จุดเริ่มต้นของคดีและการโต้แย้งจากอดีตผู้นำประเทศแกมเบีย ซึ่งเป็นรัฐมุสลิมในแอฟริกาตะวันตก เป็นผู้ริเริ่มยื่นฟ้องต่อศาลโลกในปี 2019 โดยนำเสนอหลักฐานการสังหารอย่างไร้มนุษยธรรม ซึ่งขัดต่อมโนธรรมของสังคมโลก

ในครั้งนั้น นางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้เดินทางไปแก้ต่างให้กับประเทศด้วยตนเองที่กรุงเฮก โดยเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อมูลของแกมเบีย “คลาดเคลื่อนและไม่ครบถ้วน” พร้อมชี้ว่าเป็นเพียงความขัดแย้งทางอาวุธภายในประเทศ เพื่อตอบโต้กลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาที่โจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจนมีผู้เสียชีวิต

เมื่อปี 2020 ศาลโลกได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เมียนมาต้องใช้มาตรการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต่อมาในปี 2022 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สอดคล้องกับรายงานของสหประชาชาติ

การไต่สวนครั้งนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มกราคม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของคดี แม้ว่าศาลโลกจะไม่มีกลไกบังคับคดีโดยตรง แต่หากคำตัดสินชี้ว่าเมียนมามีความผิดจริง จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองอย่างมหาศาลต่อรัฐบาลทหารเมียนมาในเวทีโลก

สำหรับการไต่สวนรอบนี้ นางออง ซาน ซูจี จะไม่ได้ปรากฏตัว เนื่องจากเธอยังถูกควบคุมตัวตั้งแต่มหาอำนาจทหารก่อรัฐประหารในปี 2021 นอกจากคดีในศาลโลกแล้ว พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำสูงสุดของเมียนมา ยังถูกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) สอบสวนในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมถึงยังมีคดีที่ดำเนินการในประเทศอาร์เจนตินาภายใต้หลักสากลอีกด้วย.

ที่มา AFP

Leave a comment