
‘สุดารัตน์’เช็คอิน’ทรงวาด’ ล้อมวงคุยผู้ประกอบการ ประกาศปลดล็อค กม.ขวางทำกิน
วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.28 น.
“สุดารัตน์”เช็คอิน”ทรงวาด” ล้อมวงคุยผู้ประกอบการ ประกาศปลดล็อคกฎหมายขวางทางทำกิน ชูนโยบายกองทุน SME ดอกเบี้ย 1% เติมทุน ธุรกิจรายเล็กสูงสุด 5 ล้าน
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการย่านถนนทรงวาด เพื่อรับฟังปัญหาการทำธุรกิจในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับกลุ่มเจ้าของร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจที่พักขนาดเล็กที่สะท้อนถึงอุปสรรคสำคัญในการปรับปรุงอาคารเก่าและการขอใบอนุญาตที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น
คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่า ย่านทรงวาดคือต้นแบบของความสำเร็จที่เกิดจากหยาดเหงื่อของภาคเอกชนโดยแท้จริง แต่กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากระเบียบภาครัฐที่ล้าสมัยและไม่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการขยายตัวและต้องแบกรับต้นทุนแฝงจากการประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่ซ้ำซ้อนรวมไปถึงความยากลำบากในการหาแหล่งเงินทุนที่มีเงื่อนไขเป็นธรรม
พรรคไทยสร้างไทยจึงมุ่งเน้นการผลักดันนโยบายปลดล็อคกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของคนตัวเล็กผ่านการพักใช้กฎหมายและระเบียบต่างๆ กว่าพันฉบับที่ขัดขวางการเติบโตของเอสเอ็มอี เพื่อเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐจากการเป็นผู้ควบคุมและสั่งการมาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเต็มตัว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการย่านทรงวาดและย่านเศรษฐกิจอื่นๆ ทั่วประเทศสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับหลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้อกับผู้ประกอบการ
นอกจากเรื่องข้อกฎหมายแล้วยังชูแนวทางการจัดตั้งกองทุนเอสเอ็มอีเพื่อเติมทุนดอกเบี้ยต่ำและสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ประวัติศาสตร์ โดยกองทุนดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกู้เงินได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงสูงสุดรายละ 5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของธุรกิจ โดยมีจุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษเพียงร้อยละ 1 ต่อปี และมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นเพื่อช่วยให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในช่วงเริ่มต้นหรือช่วงขยายกิจการ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันถึงความตั้งใจของพรรคในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากโดยเริ่มจากการทลายกำแพงกฎหมายและมอบอาวุธทางการเงินที่เข้าถึงได้จริง เพื่อให้ถนนทุกสายที่เป็นย่านเศรษฐกิจของไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน
– 006





