อย่าเรียกเชียงใหม่ว่า ฮับ ดร สามารถ หนุน สร้างสนามบินล้านนา

อย่าเรียกเชียงใหม่ว่า ฮับ ดร สามารถ หนุน สร้างสนามบินล้านนา

อย่าเรียกเชียงใหม่ว่า ฮับ ดร สามารถ หนุน สร้างสนามบินล้านนา

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.27 น.

วันนี้ 12 มกราคม พ.ศ. 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร สมัย นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ออกมาเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวร่ายยาว 4 ข้อ กับคำว่า “ฮับ” ของ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อความ ว่า “อย่าเรียกเชียงใหม่ว่า “ฮับ” ถ้าไม่มีสนามบินล้านนา หลายคนอยากเห็นสนามบินเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการบิน หรือ “ฮับแอร์พอร์ต” ของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เมียนมา จีน (มลฑลยูนนานและมณฑลกว่างซี) ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งมีประชากรรวมกันทั้งหมดประมาณ 350 ล้านคน แนวคิดนี้ไม่ผิด แต่คำถามคือโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมแล้วหรือยัง? คำตอบที่ต้องพูดกันตรงๆ คือ สนามบินเชียงใหม่… ยังเป็นฮับไม่ได้!

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

1. สนามเชียงใหม่ “ประตูสู่ภาคเหนือ” ที่กำลังชนเพดาน

สนามบินเชียงใหม่มีพื้นที่ 1,624 ไร่ มีอาคารผู้โดยสารขนาด 35,480 ตารางเมตร รันเวย์เพียง 1 เส้น กว้าง 45 เมตร ยาว 3,400 เมตร ในปีงบประมาณ 2568 มีเที่ยวบินเฉลี่ย 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่รันเวย์รองรับได้สุงสุด 24 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้หมายความว่า สนามบินเหลือ “ช่องว่าง” เพียงเล็กน้อย และช่องว่างนั้นไม่ใช่ “พื้นที่พัฒนา” แต่คือพื้นที่หรือขีดความสามารถสำรองที่เผื่อไว้ หรือ Buffer เพื่อความปลอดภัย เมื่อเกิดฝนตก เครื่องล่าช้า หรือเหตุฉุกเฉิน หากไม่มี Buffer ระบบจะตึงทันที

ขณะเดียวกัน ปริมาณผู้โดยสาร 9.4 ล้านคนต่อปี ทั้งที่สนามบินถูกออกแบบให้รองรับได้เพียง 8 ล้านคนต่อปี นี่ไม่ใช่การใช้งานเต็มประสิทธิภาพ แต่คือการใช้งานเกินขีดจำกัดที่ออกแบบไว้แล้ว

2. ทำไม “เครื่องบินยังไม่ล้น” แต่ “ผู้โดยสารล้น”?

เพราะสนามบินไม่ได้ล้นพร้อมกันทุกระบบ รันเวย์อาจยังพอขยับได้ แต่อาคารผู้โดยสารล้นก่อน สิ่งที่ตามมาคือ คิวเช็กอินยาว จุดตรวจแน่น กระเป๋าช้า ประสบการณ์นักท่องเที่ยวแย่ลง และต้นทุนสายการบินสูงขึ้น ต่อให้บริหารจัดการเก่งแค่ไหน ก็ไม่อาจแก้ปัญหา “พื้นที่ไม่พอ” ได้ เพราะสนามบินเชียงใหม่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง ห่างเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น มีพื้นที่จำกัด อีกทั้ง หากเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้นย่อมกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวเลขปริมาณผู้โดยสารกำลังบอกเราชัดเจนว่า เชียงใหม่ไม่ได้ขาดความต้องการเดินทาง หรือ “ดีมานด์” แต่กำลังขาดสนามบินที่จะรองรับดีมานด์ในอนาคต

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

3. สนามบินล้านนา… คำตอบของ “ฮับ” ที่แท้จริง

ข่าวดีคือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีแผนที่จะก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 หรือที่เรียกว่า สนามบินล้านนา ซึ่งจะตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ. เชียงใหม่ และ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน พื้นที่รวมประมาณ 8,050 ไร่โครงการใช้งบลงทุนราว 70,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี มีรันเวย์ 2 เส้น หลุมจอด 38 หลุม รองรับได้ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 2571 และเปิดใช้งานปี 2575 นี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้คำว่า “ฮับ” เป็นจริงได้ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ

4. สรุป

“ฮับ” ไม่ได้วัดจากความฝันหรือจินตนาการ แต่วัดจากความสามารถในการรองรับอนาคต วันนี้ตัวเลขบอกเราชัดว่า ความจุของสนามบินเชียงใหม่กำลังชนเพดานทั้งพื้นที่และระบบ… แต่สนามบินเชียงใหม่ก็ยังถูกเรียกว่า “ฮับ”

ถ้าไม่มีสนามบินล้านนา อย่าเรียกสนามบินเชียงใหม่ว่า “ฮับ” เพราะฮับ… ต้องสามารถรองรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่สะดุดอีกนานหลายสิบปีข้างหน้า”

ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกับโพสต์ของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ กับคำว่า  “ฮับ” ที่แท้จริง ถ้าไม่มีสนามบินล้านนา

คอมเมนต์
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte 

Leave a comment