
เทพไท เชื่อเด็กส้ม ปูดเบิกเงินสดแสนล้าน ใช้หาเสียงเลือกตั้ง
วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.35 น.
วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เชื่อ!!! เบิกเงินสดแสนล้าน ใช้เลือกตั้ง
ผมเห็นกระแสข่าวการโพสต์เฟซบุ๊กของอดีตส.ส.พรรคประชาชน ได้กล่าวถึงกรณีมีผู้ใหญ่ในวงการธนาคาร กระซิบว่าในห้วงเวลา4เดือน ตั้งแต่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศยุบสภาภายใน4เดือน ได้มีการถอนเงินเป็นจำนวนมาก ยอดสูงถึง 160,816 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าสังคมไทยในยุคนี้ การใช้เงินสดเป็นจำนวนมากเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต เพราะสังคมธุรกิจของประเทศไทย หรือสังคมไทยโดยทั่วไป ใช้เงินทางอิเล็กทรอนิกส์ การโอนเงินผ่านแอพของธนาคาร เป็นสังคมที่ใช้เงินเงินสดน้อยมาก เมื่อมีการถอนเงินซึ่งเป็นเงินสดจำนวนนับแสนล้านบาท ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
เพราะการเลือกตั้งในช่วงนี้ มีอยู่2กรณี คือวันที่ 11 มกราคม 2569 เลือกตั้ง อบต.กับการเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อมีการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เชื่อว่ามีการใช้เงินกันอย่างมโหฬาร เหมือนกับการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องใช้เงินสดมาใช้ในการเลือกตั้ง บริหารการเลือกตั้ง หรือการซื้อเสียง จึงทำให้เห็นการซื้อเสียงของการเมือง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ จะนิยมใช้เงินสด เพื่อป้องกันหลีกเลี่ยงการจับกุม หรือการสร้างพยานหลักฐานให้กกต.หรือคู่แข่งร้องเรียนได้ จึงเป็นการใช้เงินสดกันล้วนๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่า การเบิกเงินในห้วงเวลา4เดือนที่ผ่านมา 160,816 ล้านบาท ต้องเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งอบต.เมื่อวานนี้ วันที่ 11 มกราคม 2569 มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น คือเลือกนายกอบต. และสมาชิกอบต.
จากการติดตามข่าว สอบถาม และประเมินสถานการณ์ รับทราบได้เลยว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น สมาชิกอบต. นายกอบต. มีการซื้อเสียงกันเป็นส่วนใหญ่ ระดับสมาชิกอบต. หัวละ 1000 บาท นายกอบต. หัวละ 2000 บาท ซึ่งเป็นราคากลาง อาจมีราคาต่ำกว่านี้ในบางแห่ง หรือสูงกว่านี้ในบางแห่ง ถ้ามีคู่แข่งสำคัญ แข่งขันกันเข้มข้น จึงทำให้เห็นว่าผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ในระดับอบต.ครั้งนี้ผู้สมัครใช้เงินซื้อเสียง ใช้เงินในการหาเสียงเกินกฎหมายกำหนด ได้รับการเลือกตั้งสูงถึง 80% ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนในพื้นที่รับทราบดีว่า ผู้ชนะส่วนใหญ่ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด ใช้เงินซื้อเสียงทั้งสิ้น ผู้ชนะส่วนน้อยที่ชนะด้วยผลงาน ด้วยอุดมการณ์ ด้วยคุณภาพของความเป็นคนดี ที่มีความสามารถที่ประชาชนเลือกเข้ามา แต่ส่วนใหญ่ยังใช้เงิน เพราะเงินคือปัจจัยชี้ขาด
เพราะฉะนั้นเมื่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกันกับการเลือกตั้งระดับชาติ ผู้นำท้องถิ่นคือหัวคะแนนของนักการเมืองระดับชาติ หัวคะแนนของการเลือกตั้งส.ส. ใช้เงินในระบบเดียวกันเอื้อเฟื้อกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งส.ส.ทั่วประเทศ จะไม่มีการซื้อเสียง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เชื่อว่ายังมีการซื้อเสียงกันอย่างหนัก และถ้าหากพรรคการเมืองที่สนับสนุนด้วยกลุ่มทุนสีเทา เงินบาป เงินผิดกฎหมายมาซื้อเสียง และกลไกอำนาจรัฐ องค์กรอิสระอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง บางกลุ่มบางพรรค ก็เป็นโอกาสทำให้ประเทศไทยจะได้นักการเมืองซื้อเสียง นักการเมืองสีเทาไปตั้งรัฐบาลสีเทา
เพราะฉะนั้นกระแสข่าวเรื่องการเบิกเงินจำนวน 160,816 ล้านบาท มีความเป็นไปได้สูง ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จับตาดู และจับกุม ลำพังกกต.ไม่สามารถตรวจสอบได้ ด้วยข้อจำกัดเรื่องบุคลากรหรือองค์ประกอบ แต่สามารถขอความร่วมมือประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปปง. กรมดีเอสไอ เข้ามาตรวจสอบ ควบคุมให้การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ยุติธรรม