
กต.โต้ข้อกล่าวหาเขมร ไทยยึดดินแดนมิชอบ
วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ศทช.ลุยตรวจทุ่นระเบิดตราด เคลียร์พื้นที่ปลอดภัยกว่า 1,300 ตร.ม. พบลูกระเบิด TYPE-67 จำนวน 2 ลูก กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ย้ำไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง ปฏิเสธ ข้อกล่าวหากัมพูชา ชี้ไทยไม่ได้ยึดดินแดน แต่คงกำลังในพื้นที่ตามถ้อยแถลง พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาผ่าน JBC
เมื่อวันที่ 12 มกราคม กองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.)โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 จัดชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดพื้นที่จังหวัดตราดสนับสนุน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดตรวจค้นทุ่นระเบิดพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด พบระเบิดขว้าง TYPE – 67 จำนวน 2 ลูก ได้พื้นที่ปลอดภัย 1,354 ตารางเมตร ภารกิจดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบก.ทท.และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด คืนความปลอดภัย ความมั่นคงให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
กต.ย้ำไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด
ด้านกระทรวงการต่างประเทศแถลงการณ์ เรื่อง ไทยเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด 1.ประเทศไทยเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างเคร่งครัดมาตลอด รวมถึงถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และขอประท้วงข้อกล่าวหาของกัมพูชาว่าไทยเข้ายึดครองและปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่ของกัมพูชา หลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2. การคงกำลังทหารที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันภายหลังการหยุดยิงเป็นไปตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมฯ ซึ่งเป็นมาตรการลดความตึงเครียดที่ได้ตกลงร่วมกัน และไม่อาจตีความได้ว่าเป็นการยึดครองดินแดน ไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลของกัมพูชาว่าไทยผนวกดินแดนกัมพูชาโดยมิชอบ และเรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าวที่บ่อนทำลายบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาโดยสันติโดยทันที
3. การดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงของฝ่ายไทยภายหลังการหยุดยิง เป็นไปตามข้อ 6 ของถ้อยแถลงร่วมฯ ที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการยั่วยุใดๆ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปฏิบัติการทางทหารเพื่อรุกล้ำเขตน่านฟ้า ดินแดน หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย ณ เวลาหยุดยิง 4.ไทยยังคงยึดมั่นในกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมกับฝ่ายกัมพูชา โดยอาศัยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) เป็นกลไกหลักในการพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายและเทคนิค ทั้งนี้ การดำเนินการเรื่องเขตแดนควรอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ไม่ตึงเครียดและอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินมาตรการลดความตึงเครียดตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วมฯ โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อประกันความปลอดภัยของประชาชนและชุดสำรวจในพื้นที่
ยันไทยมุ่งมั่นใช้ทวิภาคีแก้ปัญหา
5. ฝ่ายไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี และพร้อมที่จะกลับมาขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี โดยที่ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการภายใน ซึ่งจำเป็นต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ฝ่ายไทยจะเสนอกำหนดวันจัดประชุม JBC ครั้งถัดไป พร้อมร่างระเบียบวาระการประชุม ให้ฝ่ายกัมพูชาทราบต่อไป
6.ประธานร่วม JBC ฝ่ายไทยมีหนังสือชี้แจงท่าทีไทยข้างต้นไปยังประธานร่วม JBC ฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นและความจริงใจในการหาทางออกเรื่องการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย เพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศ
รมต.เขมรยุคนไทยลอยแพอนุทิน
วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเขียว รามี รัฐมนตรีอาวุโสและหัวหน้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาแสดงความคิดเห็นถึงการเมืองไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว «Keo Remy”ว่า «มีหลายความคิดเห็นที่แสดงความกังวลว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แพ้เลือกตั้ง อาจเกิดสงครามครั้งที่ 3 ขึ้นนั้น มุมมองของผมคือ ถ้าอนุทินแพ้เลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงที่น้อยมาก ก็จะไม่มีสงคราม เพราะในอดีตกองทัพไทยเคยรุกรานกัมพูชา เพราะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลไทยภายใต้การนำของอนุทิน ภาษาเขมรเรียกว่า «ไปอย่างเต็มกำลังและกลอง»
“ดังนั้น ถ้าอนุทินสูญเสียอำนาจ กองทัพไทยก็ไม่สามารถทำสงครามได้ หากไม่มีพันธมิตร สรุปคือ ถ้าอนุทินแพ้การเลือกตั้งก็จะไม่มีสงคราม ถ้าพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พวกเขาจะไม่เล่นเกมสงครามเหมือนพรรคอื่น เพราะทั้งสองพรรคมุ่งไปที่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มากกว่าทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน”นายเขียวระบุ
หนุนปชน.-เพื่อไทยถ้าได้มาจะไม่มีสงคราม
และว่า แม้นโยบายของพวกเขาจะเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับกองทัพไทย แต่ธรรมชาติของทั้งสองพรรคไม่เอื้อต่อสงคราม เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและสันติภาพระยะยาวในปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย เราต้องพึ่งพาคนไทยในการลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย มิเช่นนั้นจะนำมาซึ่งสงครามและความหายนะอย่างไม่สิ้นสุดแก่ทั้งสองประเทศ