‘ก้องเกียรติ’แจงคดีลักทรัพย์ ไม่ใช่จำเลยที่ถูกลงโทษ ชี้กกต.เคยรับรองเป็นสส.มาแล้ว

'ก้องเกียรติ'แจงคดีลักทรัพย์ ไม่ใช่จำเลยที่ถูกลงโทษ ชี้กกต.เคยรับรองเป็นสส.มาแล้ว

‘ก้องเกียรติ’แจงคดีลักทรัพย์ ไม่ใช่จำเลยที่ถูกลงโทษ ชี้กกต.เคยรับรองเป็นสส.มาแล้ว

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.44 น.

ก้องเกียรติ แจงไม่ใช่บุคคลที่ถูกพิพากษาคดีลักทรัพย์ ยันกกต.รับรองเป็น สส.มาแล้วรอบหนึ่ง ขณะที่กกต.แจงขั้นตอนการตรวจสอบ

วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.30น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่คำพิพากษา ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง.16 ธ.ค.2542 ความอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นโจทก์ กับนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นจำเลย ข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นคดีลักทรัพย์ต้นหมากแดง 1 ต้น ต้นจันผา 1 ต้น ต้นสน 1 ต้น ต้นมะลิ 1 ต้น รวมราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น 2,000 บาท เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2542 ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกกรณีที่ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หากผู้สมัครได้มาสมัครแล้วแต่รายชื่อยังไม่ประกาศ เป็นหน้าที่ของผู้สมัครรายนั้นจะต้อง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาภายใน7 วัน ส่วนที่ 2 กรณีที่มีการประกาศรายชื่อไปแล้วถ้ามีผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการรับสมัครรับเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยสิทธิสมัคร เพื่อพิจารณาเรื่องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และจัดทำคำวินิจฉัยภายใน 2 วันถัดมา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาว่าควรถอนชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นผู้สมัครหรือไม่

นายวีระ กล่าวว่า หาก กกต. วินิจฉัยว่าผู้สมัครขาดคุณ สมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ก็ต้องลบชื่อบุคคลนั้นออกจากการเป็นผู้สมัครทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต. ต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้ศาลตรวจสอบว่าการใช้อำนาจของ กกต. ถูกต้องหรือไม่ โดยคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด ส่วนในกรณีที่ศาลฎีกายังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นก่อนวันลงคะแนนเสียง ก็ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นหลัก แต่หาก กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้สมัครยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีการถอนชื่อ ก็ถือว่าผู้สมัครรายนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัครต่อไป ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าเป็นความปรากฏของกกต. เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตซึ่งเป็นคนรับสมัคร จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงและส่งให้กกต.พิจารณาเพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป

ทางด้านนายก้องเกียรติ อดีตสส. และผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม ได้ชี้แจงในเพจ บิ๊กโอ สส. ก้องเกียรติ เกตุสมบัติว่า#แข่งขันสู้ตามกฏิกา..อย่าใช้วิธีใส่ร้าย นะเพื่อน นะพี่
-คณะกรรมการเลือกตั้งรับรองคุณสมบัติแล้ว
-คดีมีจำเลย3คน ผมจำเลยที่1 ศาลพิพากษาจำเลยที่2
#จำเลยที่2 ไม่ใช่ผม กกต.รับรองความเป็น สส.
มารอบมาหนึ่งแล้ว

Leave a comment