นับถอยหลัง “A-23A” ภูเขาน้ำแข็งเก่าแก่ที่สุดในโลก กลายเป็นสีฟ้า-ใกล้แตกสลายทั้งก้อน

นับถอยหลัง "A-23A" ภูเขาน้ำแข็งเก่าแก่ที่สุดในโลก กลายเป็นสีฟ้า-ใกล้แตกสลายทั้งก้อน

13 ม.ค. 2569 13:43 น.

นับถอยหลัง “A-23A” ภูเขาน้ำแข็งเก่าแก่ที่สุดในโลก กลายเป็นสีฟ้า-ใกล้แตกสลายทั้งก้อน

องค์การนาซาเผยภาพล่าสุด “A-23A” หนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญวาระสุดท้ายหลังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าจากน้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็ว พร้อมเกิดรอยรั่วขนาดใหญ่จากการรับน้ำหนักน้ำไม่ไหว คาดจ่อแตกสลายกลายกลางมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

องค์การนาซา เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมและภาพจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) พบว่าภูเขาน้ำแข็ง A-23A ซึ่งเคยมีขนาด 4,000 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่ารัฐโรดไอแลนด์ของสหรัฐฯ ถึง 2 เท่า กำลังถูกปกคลุมด้วย “แอ่งน้ำสีฟ้า” จำนวนมากบนพื้นผิว ขณะที่มันกำลังลอยลำอยู่บริเวณตอนปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น้ำหนักมหาศาลของแอ่งน้ำบนยอดภูเขาน้ำแข็งได้เจาะทะลุชั้นน้ำแข็งจนเกิดเป็น “รอยรั่ว” ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้างภายในกำลังอ่อนแอถึงขีดสุด

ปัจจุบัน A-23A กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่กระแสน้ำและชั้นบรรยากาศที่อุ่นขึ้นในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกบริเวณนี้ว่า “สุสานภูเขาน้ำแข็ง” โดย คริส ชูแมน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ คาดการณ์ว่า A-23A จะไม่สามารถรอดพ้นฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างแน่นอน และอาจแตกสลายหมดสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์ต่อจากนี้

ภูเขาน้ำแข็ง A-23A มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและน่าทึ่ง โดยเมื่อปี 1986 มันแยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกา โดยมีพื้นที่เริ่มต้นถึง 4,000 ตารางกิโลเมตร และเคยเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยของโซเวียต มันเกยตื้นอยู่กับที่จนถึงปี 2020 ก่อนจะเริ่มขยับตัวเคลื่อนที่ขึ้นเหนือ และเมื่อปี 2025 มันเกือบชนอาณานิคมเพนกวินที่ห่างไกล แต่โชคดีที่กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางเสียก่อน

ส่วนปัจจุบัน ในเดือนมกราคม 2026 พื้นที่ลดลงเหลือเพียง 1,182 ตารางกิโลเมตร แม้จะยังใหญ่กว่านครนิวยอร์ก แต่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของขนาดดั้งเดิมเท่านั้น

วอลต์ เมเยอร์ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (NSIDC) อธิบายว่า ลวดลายเส้นตรงสีฟ้าขาวที่เห็นบนตัวภูเขาน้ำแข็ง คือร่องรอยที่ถูกครูดถลูมาตั้งแต่นับร้อยปีก่อนสมัยที่มันยังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นน้ำแข็งทวีป ร่องรอยเหล่านี้เองที่กลายเป็นหุบเขาและทางน้ำไหลให้น้ำที่ละลายรวมตัวกันจนเร่งการล่มสลายในปัจจุบัน

“เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่ามันจะไม่อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานและมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายจริงๆ” ชูแมนกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเสียดายต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ได้เฝ้าติดตามมาเกือบครึ่งศตวรรษ.

ที่มา CBS NASA

Leave a comment