
นายกฯ สั่งพิจารณามาตรการเพิ่ม ลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้
วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.
นายกฯ สั่งการพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว และให้ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก พร้อมประเมินผลกระทบและหาแนวทางการรับมือ
วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายจุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสถานที่เกิดเหตุทั้ง 11 จุดเป็นสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และฝ่ายมั่นคง มาหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เร่งเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ประสานไปยัง ปตท. เพื่อให้ช่วยดูแลผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ โดยฝากให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งอาจรวมถึงผู้ประกอบการทั่วไปด้วย เพื่อให้สามารถมีการลงทุนซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นายกรัฐมนตรีได้ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง รวมทั้งแนวทางการรับมือของไทยด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธษรณภัย (ปภ.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางฯ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ ประชาชนได้กลับไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากการที่ต้องอพยพ รวมไปถึงเงินช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย