‘อนุทิน’ลั่นไม่ใช่นายกฯฝึกงาน 3เดือนทำได้จริง ไม่ปิดประตูจับมือพท.-ปชน.

‘อนุทิน’ลั่นไม่ใช่นายกฯฝึกงาน  3เดือนทำได้จริง  ไม่ปิดประตูจับมือพท.-ปชน.

‘อนุทิน’ลั่นไม่ใช่นายกฯฝึกงาน 3เดือนทำได้จริง ไม่ปิดประตูจับมือพท.-ปชน.

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ลั่นไม่ใช่นายกฯฝึกงาน 3เดือนทำได้จริง ไม่ปิดประตูจับมือพท.-ปชน. หากรับนโยบายภูมิใจไทยได้ ‘อภิสิทธิ์’ไม่เอารบ.ครอบครัว

“อนุทิน” ย้ำหาเสียงไม่โหนกระแสชายแดน เรียกความนิยม ชี้รอมีเสถียรภาพ ฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการทูตไม่ปิดกั้นร่วมงาน “พท.-ปชน.” หากเห็นภท.มีประโยชน์-รับนโยบายได้ ลั่นไม่ใช่นายกฯ ฝึกงาน พิสูจน์ 3 เดือนทำได้จริง ด้าน “ยศชนัน” ไม่ขอเลือกกระทรวงแต่จะเอาเก้าอี้นายกฯ ขณะที่’เท้ง‘ขอดีลตั้ง รบ.เปิดเผยอยู่ในสายตาปชช.ด้าน‘อภิสิทธิ์’ยันเลือกปชป.ประเทศปลอดภัย!ไม่ร่วมสังฆกรรม‘รัฐบาลครอบครัว-สร้างความแตกแยก’เดินหน้าแก้’ที่มาสว.-ยกเครื่ององค์กรอิสระ’ด้าน‘วิโรจน์’ชี้ทีมบริหารพรรค ปชน.เปิดตัวเป็นแผง ใช้ภารกิจนำบุคคล ไม่มีมุ้ง มั่นใจหากชนะอันดับ1จัดตั้งรัฐบาลได้ พร้อมจับมือพรรคปราบ’สแกมเมอร์’

เมื่อเวลา 11.50น.วันที่ 12ม.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวชุดทำงาน โดยไม่ได้ใส่สูท พร้อมทีมที่ปรึกษานายกฯเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ตลาดนางเลิ้ง ระหว่างทางได้ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง

โดยแม่ค้าร้านขายของชำกล่าวว่า กลับมาอีกนะค่ะอย่าลืมนะคนละครึ่งพลัส ระหว่างจะเดินเข้าตลาดนางเลิ้ง มีประชาชนมาขอถ่ายรูป พร้อมกล่าวชื่นชม ว่าตอนนี้กระแสของภูมิใจไทยดีมาก โดยนายอนุทิน ได้ยกมือไหว้ขอบคุณ จากนั้น นายอนุทิน เดินไปสั่งเมนูขนมผักกาด ร้านวิภาวรรณผัดไทย-หอยทอด ซึ่งนายอนุทินบอกว่า เป็นของชอบ นอกจากนี้ได้สั่งข้าวราดผัดฉ่าปลาดุกและหมูทอดกระเทียมพริกไทย ร้านข้าวแกงรัตนานางเลิ้งและสั่งเกาเหลา ร้านสุวิมลก๋วยเตี๋ยวแคะ มานั่งกินด้วย ระหว่างนั่งรับประทานอาหารมีชาวไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศกลับมาเมืองไทยและมาเจอ นายอนุทิน กำลังนั่งกินข้าว จึงเข้ามาขอกอดและถ่ายภาพ พร้อมบอกว่า วันเลือกตั้งจะกลับมาใช้สิทธิ์แน่นอน ระหว่างเดินตลาดนางเลิ้ง มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายภาพกับนายอนุทินตลอดทาง

‘มาร์ค’ย้ำเลือกปชป.ประเทศปลอดภัย

เวลา 11.00นที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค 2แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคปชป.เดินทางเข้าหารือกับกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ณ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบายที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจที่เคยพาประเทศฝ่าวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง พร้อมชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือวิธีการโดยระบุว่าพรรคเน้นการค่อยๆ ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างเดิมให้ดีขึ้น มากกว่าการวาดภาพสวยหรูแต่ต้องแลกด้วยการทำลายระบบเดิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของประเทศ เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวา ไม่ฉับพลัน แต่ต้องยั่งยืน ซึ่งยอมรับว่านโยบาย คนละครึ่งในปัจจุบันเป็นการต่อยอดที่ทันสมัยและตอบโจทย์กำลังซื้อได้ดีจากต้นแบบจากเช็คช่วยชาติในอดีต ขณะที่รายได้เกษตรกรยังคงยืนหยัดด้วยนโยบายประกันรายได้ ที่แม่นยำและสุจริต

”ได้ฝากข้อความสำคัญถึงนักลงทุนว่า ประชาธิปัตย์คือพรรคที่เลือกแล้วประเทศปลอดภัย โดยขอโอกาสให้พรรคได้รับแรงสนับสนุนเพื่อเข้าไปมีพลังในการ “ปราบทุจริต–หยุดทุนเทา” และยุติความแตกแยกในสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพและมั่นคงต่อไป“นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ย้อนรอยความสำเร็จของโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งเคยเป็นนวัตกรรมที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยอมรับ จนไทยสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ได้เร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ยืนยันว่า จิตวิญญาณของความสำเร็จนั้นได้ถูกบรรจุไว้ใน ชุดนโยบาย 27 ข้อ ของพรรค เพื่อมุ่งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ได้ เปิดใจถึงทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้ง ว่ารัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่จะคอยการันตีความสะอาดและความสงบของบ้านเมือง การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการหยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก

เมินรบ.ครอบครัว-สร้างแตกแยก

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวชัดถึง บรรทัดฐานของพรรคว่า จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย โดยมีเงื่อนไขเหล็ก 3 ประการคือ 1.ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง 2.ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ 3.ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง 4.ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศเดินหน้าใน 2ประเด็นเร่งด่วน คือการแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ยึดโยงกับหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนและการปฏิรูปองค์กรอิสระ ย้ำว่า องค์กรอิสระต้องมีความโปร่งใส และต้อง “ถูกตรวจสอบได้” เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคมให้กลับคืนมา ประชาธิปัตย์จะเป็นคนที่เข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริต

ปชป.บุกตลาดนัดเมืองไทยคึกคัก

ที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทร ช่วยหาเสียงให้นายนนธนัตถ์ บุนนาค ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 เบอร์ 12

ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันนำพวงมาลัยมาคล้องคอ มอบดอกกุหลาบถ่ายรูป และให้กำลังใจ ทั้งนายอภิสิทธิ์และผู้สมัครว่า‘ขอเป็นกำลังใจให้ ประชาธิปัตย์นะ โชคดี ยังหล่อเหมือนเดิม ถ่ายรูปว่าที่นายกฯคนต่อไป ชอบอยู่แล้ว เลือกอยู่แล้ว ช่วยดันหน่อยนายกฯคนต่อไป’ ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงผลสำรวจความนิยมของประชาชน ต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับที่4 ว่า ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพรรคปชป.แต่ยังถือว่า เป็นงานที่หนักเพราะต้องการสนับสนุนพรรคให้ได้มากที่สุด แม้หลายคนมองว่า เราไม่ใช่พรรคที่เป็นตัวเต็งพรรคอันดับ 1 หรืออันดับ2 แต่เรายืนยันว่าทุกเสียงมีคุณค่าในการที่จะเติมกำลังให้กับพรรค ที่สามารถจะไปเติมกำลังให้กับพรรคเพื่อที่จะไปพูดกับคนที่มาชวนร่วมรัฐบาล ว่าจะได้รัฐบาลที่เอาจริงเอาจังปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่นได้ และทุนเทา เอาจริงเอาจังที่จะไม่สร้างประเด็นความแตกแยก รวมถึงการเอาแนวความคิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ เศรษฐกิจ เข้าไปผลักดัน ถ้าหากช่วยผลักดันเราก็คิดว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประเด็นสำคัญของรัฐบาลชุดหน้า

‘จุรินทร์’ช่วยหาเสียงให้’สรรเพชร’

ที่วิทยาลัยเทคนิคพังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร ผู้สมัคร สส.พังงาเขต 1 คือ หมายเลข 4 ขึ้นรถแห่หาเสียงในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลทับปุด ตลาดกระโสมและตลาดโคกกลอย ขอให้ชาวพังงาช่วยลงคะแนนให้กับหมายเลข 4 ซึ่งเป็นหมายเลขของตนและหมายเลข 27 ซึ่งเป็นหมายเลขของพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เนื่องจากนายสรรเพชรเป็นคนใหม่จึงต้องใช้เวลาแนะนำตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาตนก็เห็นว่านายมณเฑียรขยันลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจึงขอให้ชาวพังงาช่วยกันสนับสนุน สำหรับการเมืองวันนี้ตนเป็นห่วงเพราะเงินได้เข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งมากขึ้นเป็นอย่างมาก และเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอรัปชั่นเมื่อเข้าไปมีอำนาจหรือเข้าไปเป็นรัฐบาล ส่งผลให้การเมืองและ เศรษฐกิจของไทยติดหล่ม คนไทยและประเทศไทยไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนความยากจนได้เสียที จึงขอให้ช่วยกันสนับสนุนการเมืองสุจริต ให้คนดีได้มีโอกาสเข้ามารับใช้บ้านเมือง เหมือนที่คนพังงาหลายยุคเคยทำสำเร็จและเป็นที่ชื่นชม จึงขอให้คนพังงาช่วยกันร่วมสร้างตำนานการเมืองสุจริตกันอีกครั้ง

เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนโดยมีเงื่อนไข 3 ข้อ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายอภิสิทธิ์ ได้พูดชัดเจนอย่างนั้นหรือไม่ จึงไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องนี้ สำหรับการตั้งรัฐบาล คงต้องรอผลการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากได้ก็เป็นรัฐบาล โอกาสย้อนยุคไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยคงเป็นไปได้ยาก ขณะนี้เสียงสนับสนุนปชป.ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะภาคใต้ กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดที่กระจายอยู่ในภาคต่างๆ จึงขอฝากพี่น้องให้ช่วยกันเลือก พรรคทั้ง 2ใบ ทั้งผู้สมัคร สส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อของพรรคเบอร์27ทุกเขตทั่วประเทศต่อไปด้วย

‘วิโรจน์’ลุยฝั่งธน ชูสวัสดิการถ้วนหน้า

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)และทีมบริหารพรรคประชาชนด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ เข้าพื้นที่ช่วยหาเสียง“ทนายคิว” พงษ์สรณัฐ ทองลี ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต26 (เขตบางขุนเทียน เฉพาะแขวงท่าข้ามและเขตจอมทอง ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) พรรคประชาชน เบอร์1โดย นายวิโรจน์ ได้เดินตลาดในช่วงเช้า ทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่าย ช่วยแนะนำผู้สมัคร สส.และนำเสนอนโยบายของพรรคด้านปากท้องและสวัสดิการ เช่น การปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 1,000บาทถ้วนหน้า ทั้งนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น นายวิโรจน์ยัง กล่าวถึงกรณีการเปิดทีมบริหารรัฐบาลประชาชนพร้อมประกาศ 12 ภารกิจที่รัฐบาลประชาชนจะทำเมื่อได้เข้าบริหารประเทศเมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ว่า ถือเป็นมิติใหม่ของการประกาศทีมบริหารโดยเอาวาระของประเทศ เอาภารกิจเป็นตัวนำ เพื่อบอกประชาชนว่า เราจะเข้าไปทำอะไร เช่น ด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ เราก็มากันเป็นทีม เรื่องปฏิรูปราชการ พรรคปชน.น่าจะเป็นพรรคเดียวที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ในระดับสูง เพราะถ้าเราไม่ปรับปรุงรัฐให้ทันสมัย จะมีความอุ้ยอ้ายทั้งในเชิงงบประมาณ และการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ การบริหารนโยบายเป็นระบบไซโล ต่างคนต่างทำ พรรคปชน.จึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปราชการ นี่คือสิ่งที่เราบอกว่า เป็นมิติใหม่ของทีมบริหาร ที่เราเอาภารกิจเป็นตัวนำ ไม่ได้เอาตัวบุคคล หรือหัวหน้ามุ้งเป็นตัวนำ

ชนะที่1ตั้งรบ.จับมือปราบสแกมเมอร์

เมื่อถามว่า หากเปิดตัวแบบนี้แสดงว่า พรรคปชน.จะไม่จับมือกับพรรคใดเลยใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า การจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เราได้เปิดเผยภารกิจ ถ้าเราจำเป็นต้องจับมือ เราจะจับมือกับพรรคที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เราให้คำมั่นไว้กับประชาชน เช่น การปราบสแกมเมอร์ เราต้องดูทิศทางนโยบายของแต่ละพรรคว่าตรงกันหรือไม่ในการปราบทุนเทา หากนโยบายตรงกันเราไปด้วยกันได้ก็ว่ากัน แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้อันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะตั้งคำถามกลไกที่ทำให้ประชาชนไม่ได้พรรคอันดับ 1 มาจัดตั้งรัฐบาล คือ สว. ซึ่งวันนี้บทเฉพาะกาลหมดไปแล้ว สว. 200 คนไม่ได้มีบทบาทในการเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ดังนั้น มีโอกาสสูงมากๆ ที่เจตจำนงของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งเลือกให้ภายในอันดับ 1 เข้ามาก็น่าจะได้รับการจัดตั้งรัฐบาล ตนค่อนข้างมั่นใจเพราะ สว.ไม่ได้มีฤทธิ์เดชเหมือนเดิมแล้ว

‘หนู’ย้ำไม่เอาเหตุเขมรมาหาเสียง

เวลา 13.30น.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภท.ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand ‘s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035 โดย นายอนุทิน ตอบตำถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง สร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ หรือไม่ ว่า ตนคิดว่าประชาชนสามารถเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของความเป็นรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทย หน้าที่หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรีในการรักษาอธิปไตยและแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ คงเห็นว่า วันนี้มีข่าวรัฐมนตรีของกัมพูชา บอกอย่าเลือกตน ให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่ แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ มีโอกาสที่เขาจะเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้และมีโอกาสที่เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ ฉะนั้นเราต้องอย่าทําให้เขาสมใจ

เปิดด่านหรือไม่ เรื่องของการทูต

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาตนทํางานในทําเนียบตนคือนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน เมื่อถามต่อว่า ยังไง 2ประเทศนี้แยกกันไม่ได้ ที่สุดต้องติดกันตรงนี้ ในยุค นายอนุทิน จะเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าเราจะมีความแน่ใจว่า บูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดน หมายความว่า จะไม่มีศัตรู ไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย กล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ตนทํามาตลอด ถามย้ำว่า หมายถึงในยุค นายอนุทิน อีกสี่ปีจะไม่เปิดด่านใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราต้องทําให้ไม่มี เมื่อถามว่า หมายถึงเรื่องเปิดด่าน นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่ เรื่องเปิดด่านมันยังห่างไกล เพราะความสัมพันธ์ทางการทูต เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ถ้าทุกอย่างมันมีความเป็นเสถียรภาพก็จะไปหารือเรื่องฟื้นฟูความสัมพันธ์การทูต

ไม่ปิดกั้นร่วมงานกับ‘พท.-ปชน.’

เมื่อถามต่อว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.บอกว่า จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯอีก โดยนายอนุทิน หันไปทาง นายณัฐพงษ์ พร้อมกล่าว “ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม”เมื่อถามอีกว่า ถ้าพรรคปชน.มาเป็นที่สอง เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น ตนคิดว่าเราทั้งสามคนอายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใดตนคิดว่า เราสามคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน

เมื่อถามว่า ถ้าเขาได้มาอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นว่าพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์ รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากัน เหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งตนต้องถอดความการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน สส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มา ตนไปถูกทางแน่นอน ไม่ต้องห่วง

‘ยศชนัน’หวังนายกฯ-ทำงานสะดวก

ผู้ดำเนินรายการถาม นายยศชนัน ว่า หากเป็นรัฐบาลผสมถ้าไม่ได้กระทรวงไหนจะไม่ร่วม นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญเราพยายามสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ เราจำเป็นต้องทำหลายๆอย่างพร้อมกันเพราะปัญหาในขณะนี้มีเยอะ หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมันไม่ได้ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกพรรคโดยทุกคนมองเป้าหมายว่า เราอยากทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูง การอยู่กระทรวงไหนไม่เป็นไร หากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว ก็ขอเก้าอี้เดียวคือตำแหน่งสูงสุด เมื่อถามว่า หากดูแนวนโยบายแล้วมีพรรคใดใกล้เคียงกับเพื่อไทยมากที่สุด นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกพรรคมีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ จึงมั่นใจว่า การจะเลือกคนมา พรรคมา มันไม่ยาก แต่ต้องเป็นคนที่ไม่คอรัปชัน หากเข้ามารับตำแหน่ง

‘เท้ง’ขอตั้งรัฐบาลในสายตาปชช.

เมื่อถามกรณีพรรค ปชน.จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหารประเทศจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เชิงอย่างนั้น หากเราได้เกิน 250ที่นั่ง สามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ถึงโจทย์ของเราคือ การตั้งรัฐบาลประชาชนที่จะเอาวาระเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมต้องทำงานข้ามกระทรวงโดยยึดวาระเป็นตัวตั้ง ยึดภารกิจเป็นตัวตั้ง โดยโครงสร้างทีมบริหารจะมีรองนายกฯที่ดูภาพรวมให้งานสามารถทำข้ามกระทรวงได้ รัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อมาควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย การทำงานยึดวาระเป็นตัวตั้ง ไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมัน หรือต่างคนต่างทำ ตนเห็นว่าหลายพรรคออกมาพูดตรงกันการตั้งรัฐบาลครั้งหน้าต่างรับหลักการที่พรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน ตนอยากให้มีความโปร่งใสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในสายตาประชาชน

ไม่ใช่นายกฯฝึกงานทำมาแล้ว3เดือน

นายอนุทิน ยังกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนทราบดีว่า พี่น้องประชาชนอาจคิดว่า เอาอีกแล้วมาหาเสียงพูดอะไรสวยหรู นโยบายเลิศเลอ เดี๋ยวก็ติดนู่นติดนี่ บอกทำไม่ได้บ้าง อยู่ไม่ครบเทอมบ้าง แต่ครั้งนี้ตนไม่ได้ฝึกงานแล้ว ไม่ได้เป็นนายกฯ ฝึกงานแล้ว ตนเข้ามาทำงาน3เดือนกว่าและเห็นช่องทางที่เห็นว่าจะทำให้นโยบายพรรคภท.เป็นคำว่า พูดแล้วทำได้จริงๆ ในช่วง3เดือนที่ตนเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ทำงานสำเร็จไปหลายอย่าง เราทำงานร่วมกับหลายฝ่าย เรามีแต่มิตร ไม่ได้มีศัตรู ไม่ได้มายืนตรงนี้เพื่อขายฝันกับพี่น้องประชาชน หรือสัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้ ก็จะทำให้นโยบายของพรรคพูดแล้วไม่มีความขลัง

หนุนสร้างกำแพงกั้นไทย-เขมร

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรื่องการทหารเราให้ความสำคัญ เรื่องรั้วของชาติ ที่หมายถึงกำแพงความมั่นคงของชาติกันในเขตแดนที่เหมาะสม ป้องกันการรุกราน และใช้กำแพงนี้ป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สินค้าเถื่อน แรงงานเถื่อน รวมถึงการสนับสนุนอาวุธ ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีที่จะทำให้เราพร้อมรับมือกับทุกภัยที่คุกคามพวกเรามาโดยตลอดตามแนวชายแดน

ปัดตอบ ไม่ปิดกั้นจับมือทุกพรรค

ทั้งนี้ ก่อนที่ นายอนุทิน จะเดินทางกลับ ได้มีFCมาทักทายพร้อมบอกเป็นกำลังใจและสนับสนุนเบอร์37ขอให้สำเร็จ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ที่พูดทิ้งท้ายในเวทีแสดงวิสัยทัศน์ว่า จะไม่ปิดกั้นการจับ1มือกับพรรคการเมืองอื่น นายกฯตอบกลับด้วยการโบกมือและกล่าวว่า ขอให้ประสบความสามเจ็ด (นายกฯ หมายถึงว่า ให้ประสบความสำเร็จ) ซึ่ง37เป็นหมายเลขปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย

Leave a comment