ปี 2025 รั้งอันดับ 3 ร้อนสุดประวัติการณ์ นักวิทย์เตือนอุณหภูมิพุ่งเร็วกว่าที่คาด

ปี 2025 รั้งอันดับ 3 ร้อนสุดประวัติการณ์ นักวิทย์เตือนอุณหภูมิพุ่งเร็วกว่าที่คาด

14 ม.ค. 2569 11:02 น.

ปี 2025 รั้งอันดับ 3 ร้อนสุดประวัติการณ์ นักวิทย์เตือนอุณหภูมิพุ่งเร็วกว่าที่คาด

หน่วยงานตรวจสอบสภาพภูมิอากาศระดับโลกทั้งยุโรปและสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปี 2025 คือปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 3 เท่าที่เคยมีการบันทึกมา ขณะที่รอบ 11 ปีหลังสุดครองแชมป์ปีที่ร้อนที่สุดทั้งหมด ชี้อุณหภูมิโลกเฉลี่ย 3 ปีล่าสุดทะลุเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียสไปแล้ว

หน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคอเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป และสถาบันเบิร์กลีย์ เอิร์ธ (Berkeley Earth) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานประจำปีระบุว่า ปี 2025 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากปี 2024 และ 2023 ตามลำดับ ส่งผลให้ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึก

คอเปอร์นิคัสระบุว่า อุณหภูมิในปี 2025 สูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรม 1.47 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงปี 2023 และตามหลังปี 2024 ซึ่งแตะ 1.6 องศาเซลเซียส ขณะที่ประชากรราว 770 ล้านคนทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศร้อนเป็นประวัติการณ์ โดยไม่มีพื้นที่ใดทำสถิติหนาวที่สุด

รายงานระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่อุณหภูมิโลกเฉลี่ยในช่วง 3 ปีล่าสุด สูงเกินกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นขีดจำกัดสำคัญตามข้อตกลงปารีส นักวิทยาศาสตร์จากเบิร์กลีย์ เอิร์ธ เตือนว่าการพุ่งสูงของอุณหภูมิตั้งแต่ปี 2023-2025 สะท้อนถึงการเร่งตัวของภาวะโลกร้อนที่รวดเร็วเกินคาด โดยคอเปอร์นิคัสประเมินว่าโลกอาจก้าวเข้าสู่สภาวะอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาฯ แบบถาวรภายในสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งเร็วกว่าคำพยากรณ์เดิมถึง 10 ปี

มีประชากรกว่า 770 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนทำลายสถิติในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียกลาง แถบซาเฮลในแอฟริกา และยุโรปตอนเหนือ นอกจากนี้ ทวีปแอนตาร์กติก (ขั้วโลกใต้) ยังเผชิญกับปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

แม้ก๊าซเรือนกระจกจะเป็นตัวการหลัก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามีปัจจัยเสริมอื่น ๆ เช่น การลดลงของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากการขนส่งทางเรือ ซึ่งปกติช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้โลกสะสมความร้อนมากขึ้น ขณะที่ความพยายามลดการปล่อยมลพิษในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เยอรมนี และฝรั่งเศส เริ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะความกังวลหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะนำสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงภูมิอากาศของสหประชาชาติอีกครั้ง

สำหรับแนวโน้มในปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 4 แต่หากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญขึ้นในปีนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ปี 2026 จะกลับมาทุบสถิติโลกเป็นปีที่ร้อนที่สุดอีกครั้ง.

ที่มา AFP

Leave a comment