
‘อธิบดีฝนหลวงฯ’สั่งด่วน ปรับแผนบรรเทาฝุ่น เพิ่มเครื่องบิน และเพิ่มหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ เร่งปฏิบัติการบรรเทาฝุ่น
วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานการประชุมวางแผนปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมี นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ พร้อมด้วย นายฉันติ เดชโยธิน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์บรรยากาศประยุกต์ นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีฝนหลวง นายวีระพล สุดชาฎา ผู้อำนวยการกองดัดแปรสภาพอากาศ นักวิชาการ นักบิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และระบบ VDO Conference จากหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ระยอง และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง
จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์เกินค่ามาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) เริ่มส่งกระทบต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สีส้มและสีแดง) อธิบดีกรมฝนหลวงฯ จึงได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบินวางแผนเร่งระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้น ไม่เกินค่ามาตรฐาน โดยขณะนี้มีหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเครื่องบิน จำนวน 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Super King Air 1 ลำ เครื่องบิน CARAVAN 3 ลำ หน่วยฯ จ.ระยอง เพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 3 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน CN 1 ลำ เครื่องบิน CASA 2 ลำ และหน่วยฯ จ.ขอนแก่น มีเครื่องบิน CASA 3 ลำ เริ่มปฏิบัติการวันพรุ่งนี้ (15 ม.ค.2569) เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้
และจากการติดตามสภาพอากาศเช้านี้ หน่วยฯ อ.หัวหิน จึงมีการวางแผนบินปฏิบัติการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยเครื่องบิน Super King Air ในเวลา 10.00 น.และบินปฏิบัติการด้วยเทคนิคโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ในเวลา 10.00 น.ใช้เครื่องบิน CARAVAN 2 ลำ บินที่ระดับความสูง 7,000 ฟุต บริเวณ อ.บางแพ จ.ราชบุรี อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม รวมถึงหน่วยฯ จ.ระยอง บินปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆ เพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ในเวลา 10.30 น.ใช้เครื่องบิน CN 1 ลำ บินที่ระดับความสูง 5,000 ฟุต บริเวณ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าว กรมฝนหลวงฯ จะติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ฝุ่นละอองตลอดทั้งวัน เพื่อวางแผนบินปฏิบัติการระบายฝุ่นให้มากที่สุด โดยมีความพร้อมทั้งทรัพยากรเครื่องบิน สารฝนหลวง เจ้าหน้าที่ และหากคุณภาพไม่ดีขึ้น จะพิจารณาให้บินปฏิบัติการเพิ่มเติมในเวลากลางคืนต่อไปอีกด้วย
– 006


