
‘อนุทิน’ลั่นไม่ต้องถึงUN-ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง เมินเขมรต้านภท. ข่มกลับคุยระดับผู้นำเท่านั้น
วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘อนุทิน’ลั่นไม่ต้องถึงUN-ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง เมินเขมรต้านภท. ข่มกลับคุยระดับผู้นำเท่านั้น ไม่ประมาทแม้โพลคะแนนนำ ‘ธนาธร’โวตั้งรัฐบาลแข่งภท.
“อนุทิน” บอกไม่ประมาท แม้โพลพุ่งคาดหวังสส.ทุกพื้นที่ มั่นใจกระแส กทม.ดีขึ้น แย้มพรุ่งนี้ลงจ.สงขลา พร้อมเมิน รมต.เขมร ปลุกกระแสต้าน “ภูมิใจไทย” ลั่นไม่ต้องถึงยูเอ็น ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง บอกคนที่กัมพูชาเชียร์
น่ากังวลมากกว่า‘อภิสิทธิ์’เดินตลาดราชวัตรหาเสียง ชาวบ้านรับอบอุ่น ฝากนโยบาย‘ไทยหายจน’ ‘ธนาธร’ย้ำเลือกตั้งครั้งนี้ ปชน.ตั้งรัฐบาลแข่งกับภท.ขอชาวตราดส่ง ปชน.เป็นรัฐบาล ดัน‘เท้ง’เป็นนายกฯ’จุลพันธ์’ลุยปากน้ำลั่นพท.ทวงคืนยกจังหวัด ปราศรัยใหญ่16 ก.พ.บางปูแลนด์ รอมีเซอร์ไพรส์!ซัด‘รมต.กัมพูชา’แทรกแซงกิจการไทยชัด โวยไม่เป็นผลดี‘พท.-ปชน.’‘ธรรมนัส-นฤมล’ลั่นเดินหน้าเปลี่ยนส.ป.ก.เป็นโฉนดครุฑแดง ปลุกชาวอีสานเลือกคนทำงานจริงตร.เปิดศูนย์ฯ เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือเลือกตั้ง8 ก.พ.ทั่วประเทศ 9หมื่นหน่วย ส่งตำรวจ126,000 นายคุมเลือกตั้ง เน้นพื้นที่ 10 จังหวัดชายแดน
เมื่อเวลา 08.15น.วันที่ 13 มกราคม2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)เดินเท้าจากย่านโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง มายังทำเนียบรัฐบาล ก่อนเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าเดินมาเพื่อย่อยอาหาร หลังแวะไปรับประทานข้าวแกงมา วันนี้ข่าวไม่มีอะไร สบายๆวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็มีไม่มากเมื่อถามว่าวันนี้ทำไมถึงมาแต่เช้านายอนุทินกล่าวว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เมื่อเช้าจึงไปทําบุญตักบาตรวัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร
‘อนุทิน’ตั้งใจลงช่วยลูกพรรค
เมื่อถามถึงการไปออกรายการร่วมกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดังช่อง3วานนี้ที่ได้แสดงวิสัยทัศน์เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่าพยายามพูดให้อยู่ใน 20นาที แต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด เป็นภาพรวม
ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีก 20วัน ตอนนี้บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง นาอนุทิน กล่าวว่า ก็ดี ตอนนี้พยายามหาเสียง ลงไปช่วยลูกพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง แล้วแต่เวลาอํานวยและในวันพรุ่งนี้(14 ม.ค.)ช่วงเย็นจะแวะไปที่จ.สงขลา เพราะผู้ใหญ่และผู้บังคับบัญชา อยู่ที่ จ.สงขลา
แม้โพลพุ่งก็ไม่ประมาท/หวังทุกที่
เมื่อถามว่าตอนนี้ใจชื้นหรือไม่ เพราะคะแนนจากโพลหลายสำนักมีคะแนนนำ นายอนุทิน กล่าวว่า “จะบอกใจชื้น มันก็ไม่ได้หรอก ใจชื้นใจแห้งก็ต้องรู้ผล เราก็ไม่ประมาท แต่เห็นผลโพลที่ดีขึ้น ก็ถามว่ากําลังใจดีขึ้นไหมมันก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีกําลังใจดีขึ้น ลูกพรรคก็มีความคึกคักขึ้น”
เมื่อถามว่านายกฯพยายามลงพื้นที่หาเสียงทุกที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พยายามไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ เมื่อถามว่าการลงพื้นที่หาเสียงที่กรุงเทพฯมีเสียงตอบรับที่ดีจะมีโอกาสได้ สส.ครั้งแรกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราคาดหวังทุกที่ แต่มันอยู่ที่โหวตเตอร์และประชาชน
อุบจับมือตั้งรบ.-รอให้ปชช.ตัดสินใจ
ส่วนที่พรรคการเมืองประกาศจุดยืนว่า จะไม่จับมือจัดตั้งรัฐบาลกับบางพรรคนั้น พรรคภูมิใจไทยสามารถทำงานได้กับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นนั้นหรือไม่ ตนมองว่ารอให้ประชาชนตัดสินใจ บางทีพูดปากไวไป ซึ่งปัจจุบัน มีดิจิทัลฟรุ๊ตปริ้นท์ พูดไปแล้วต้องมานั่งแก้เก้อทีหลังว่า ที่พูดมาไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นแบบนี้ พูดให้น้อยแหละดี ห่วงเรื่องตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา
‘อนุทิน’เมินเขมรปลุกกระแสต้าน’ภท.’
ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์ระบุว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ให้เลือกนายอนุทิน แต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม นายอนุทินสู้กับกระแสนี้ไหวใช่หรือไม่ โดยนายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า”โห นั่นหัวคะแนนใหญ่เลยนะนั่น” เมื่อถามว่า โซเชียลมีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลปลุกกระแสรักชาติเหมือนกับกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า”คนไทยทุกคนรักชาติไม่ต้องไปปลุก ดูสิ มีใครยอมให้เปิดด่านหรือไม่ในช่วงนี้”
ถามย้ำว่า กังวลว่ากรณีนี้จะทําให้กระแสที่กําลังพุ่งอยู่ลดลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาบอกให้เชียร์ใคร ไม่ให้เชียร์ตน ทั้งที่ตนเป็นคนที่ยืนหยัดต่อสู้ รักษาเกียรติภูมิ รักษาอธิปไตย รักษาแผ่นดิน ร่วมกับฝ่ายกองทัพมาโดยตลอด การที่บอกไม่ให้เชียร์ตน หมายความว่าเขาคิดว่าตนเป็นผู้ที่ทําความเสียหายให้เขามาก น่าจะมีคนที่เขาควบคุมได้หรือไม่ ก็แล้วแต่
เมื่อถามว่าถือเป็นการแทรกแซงการเมืองประเทศไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ตนไม่ถืออะไรเลยทั้งสิ้น หากจะคุยตนคุยในระดับผู้นําประเทศ เมื่อถามว่าต้องแจ้งไปยังองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ ไม่ต้อง จะทําตัวเป็นคนขี้ฟ้องทําไม “
ชี้พรรคที่เขมรเชียร์น่ากังวลมากกว่า
ถามอีกว่าการออกมาพูดเช่นนี้แสดงว่ากัมพูชากลัวนายอนุทิน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้ต้องการให้ใครกลัว เพียงแต่ทําหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ตนไม่ได้เป็นนายกฯแล้วถึงรักบ้านรักเมือง แต่ตนรักบ้านรักเมืองโดยความเป็นตนอยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดมาแต่ละอย่าง การบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อพลิกสถานการณ์ ตนเชื่อว่าคนไทยคิดได้ และการที่เขาพูดเช่นนี้ คนที่น่ากังวลคือพรรคที่เขาเชียร์มากกว่า
ปัดตอบจับมือใครรอฟังเสียงโหวต
เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะไม่จับมือกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้คุยกับใคร ทุกอย่างพรรคใครพรรคมัน ถึงเวลาตนก็ฟังเสียงประชาชน พรรคอื่นจะฟังหรือไม่ฟังก็เป็นเรื่องของพรรคอื่น
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยสามารถกลับมาดีกันได้ใช่หรือไม่ หากโหวตเตอร์บอกให้จับมือกัน นายกฯ กล่าวว่า “รอให้โหวตเตอร์บอก ตอนนี้ยังไม่บอก”
‘พิพัฒน์’โวกระแสภท.ปักษ์ใต้ดี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กระแสก็ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เราหวังว่าเราจะได้ ผู้แทนจากพรรคภูมิใจไทยมากขึ้นและจากที่ตนได้ลงไปสัมผัสพื้นที่ร่วมกับนายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม เราก็ต้องพยายามต่อไป ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดให้ดีขึ้นเพราะรายได้ต่อหัวเฉลี่ยต่อปีมีน้อยมาก
เมื่อถามถึงเรื่องวาทกรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการโจมตีไปมานายพิพัฒน์กล่าวทันทีว่าไม่พูดหรอกครับเรื่องนี้ ต้นคิดว่า มันไม่ดี หากจะเป็นพันธมิตร หรือจะโต้กันไปกันมา ก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินดีกว่า
‘อภิสิทธิ์’บุกตลาดราชปชช.รับอบอุ่น
เวลา07.00น.ที่ตลาดราชวัตร กทม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ช่วย นายพงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์1พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงซึ่งบรรยากาศเป็นไปคึกคัก และอบอุ่น ตลอดทางเดินได้ทักทายมีพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ขายเข้ามาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง หลายคนแสดงความดีใจและตื่นเต้น ที่เห็นนายอภิสิทธิ์ กลับมาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัวอีกครั้งโดยต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า“รอการกลับมาครั้งนี้มานาน”พร้อมจะเทคะแนนให้ในวันที่ 8 ก.พ.ด้วย
ฝากนโยบาย‘ไทยหายจน’จี้แก้ปากท้อง
นอกจากนี้ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือนโยบาย“ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”ซึ่งชาวบ้านมองว่า เป็นทางออกที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจในปัจจุบันฝากความหวังในการแก้ปัญหาปากท้องไว้กับทีมงานมืออาชีพของพรรค
ทั้งนี้ ระหว่างการเดินหาเสียงมีเหตุการณ์ที่สร้างรอยยิ้มให้คนในพื้นที่ เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินผ่านร้านค้าที่กำลังเปิดโทรทัศน์ช่องหนึ่งซึ่งเป็นจังหวะที่มีภาพของนายอภิสิทธิ์ปรากฏอยู่ในรายการข่าวพอดีทำให้นายอภิสิทธิ์ถึงกับหยุดยิ้มพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า“เจอตัวเองในโทรทัศน์ด้วย”สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
‘ธนาธร’ลุยขอเสียงชาวตราด
ขณะที่ช่วงเช้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วย น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ผู้ช่วยหาเสียง ของพรรคประชาชน เดินทางไป จ.ตราด ช่วยหาเสียงให้กับ นายพรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู ผู้สมัคร สส.ตราด เขต 1 ของพรรคประชาชน เบอร์ 7โดยได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยและเปิดวงพูดคุยกับประชาชนในประเด็นนโยบายของพรรคประชาชนด้านต่างๆรวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภายในจังหวัดตราด ได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี
ย้ำลต.ครั้งนี้ปชน.ตั้งรบ.แข่งภท.
โดยนายธนาธรได้กล่าวขอขอบคุณชาวตราดที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอดตั้งแต่การเลือกตั้ง 2562 และ 2566 การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเดิมพันสำคัญ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือของทุกคน เป็นการเลือกระหว่างพลังของความเจริญก้าวหน้า ที่นำความรู้ความสามารถมารับใช้ประชาชน กับพลังที่ต้องการฉุดรั้งประเทศไทยให้อยู่กับที่ เป็นการเลือกระหว่างรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ กับรัฐบาลที่มีพรรคประชาชนเป็นแกนนำ
ปลุกส่งปชน.เป็นรบ.ดัน‘เท้ง’นายกฯ
นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมทีมผู้บริหารของพรรคประชาชนซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม ผ่านมา เป็นการเมืองแบบใหม่ที่ตั้งอยู่บนความรู้ความสามารถ มีเจตจำนงแน่วแน่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่า ฝากฝังอนาคตของประเทศไว้ได้ ไม่ได้จัดสรรตามโควตามุ้งการเมืองที่นำจำนวนสส.ในมุ้งของตนมาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างที่เคยเป็นมา
“การเลือกตั้ง2569เดิมพันด้วยอนาคตของประเทศไทยและอนาคตของลูกหลาน ขอเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งด้วยความหวัง เลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม พรรคประชาชนจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจะส่งมอบสังคมไทยที่ดีกว่าให้ทุกท่านดู”นายธนาธร ย้ำ
วอนไปออกเสียงประชามติแก้รธน.
ทั้งนี้ นายธนาธรได้เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ กาเห็นชอบให้สังคมไทยมีฉันทามติเพื่อเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 คืนประชาธิปไตยแบบปกติสู่สังคมไทย แก้ไขปัญหาของประเทศได้ เช่น ปัญหาความรับผิดรับชอบขององค์กรอิสระที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น กกต. สตง. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ
‘ยศชนัน’นำพท.รับฟังสภาหอการค้าฯ
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าพบนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศร่วมกัน
หวังผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ
โดยนายยศชนันกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยอยากรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานว่านโยบายจะทำได้จริงหรือไม่ การลงพื้นที่ครั้งนี้ มาครบทั้งทีมเศรษฐกิจ พาณิชย์ ต่างประเทศและทีมที่ปรึกษานโยบาย โดยให้ความสำคัญถึงผู้ประกอบการด้วย พรรคให้ความสำคัญทั้งการศึกษา เศรษฐกิจและการเมือง จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุนใหม่ๆวางรากฐานให้ชัดเจน ว่า 4 หรือ 8 ปีข้างหน้า ประเทศต้องมีรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
‘จุลพันธ์’ลุยช่วยหาเสียงปากน้ำ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการนำผู้สมัคร สส.นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 1 เบอร์ 3,นายยงยุทธ สุวรรณบุตร เขต 2 เบอร์ 8,นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เขต 3 เบอร์3, นายกรวัฒน์ หันประดิษฐิ์ เขต 4 เบอร์ 7,นายปิยะพงษ์ เหมะ เขต 5 เบอร์ 9,นางนฤมล ธารดำรงค์ เขต 6 เบอร์ 8, นายประชา ประสพดี 7 เบอร์ 7 นางสลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ เขต 8 เบอร์ 7 ก่อนไปไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ และเดินหาเสียงตลาดปากน้ำ พบประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด บรรยากาศคึกคัก
ลั่นมั่นใจพท.ทวงคืนยกจังหวัด
นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้มาที่สมุทรปราการ พร้อมกับผู้สมัครทั้ง 8 คน 8 เขตรวมถึงบัญชีรายชื่ออีก3 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และมีความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะกลับมาอย่างแข็งแกร่ง มีสิทธิ์ชนะทุกเขต ตั้งเป้าว่าจะยกจังหวัดให้ได้พี่น้องประชาชนเรียกร้องอยากกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่ง
“ผมมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะได้ที่นั่งยกทั้งจังหวัด เพราะพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน เรามีความเชื่อมั่นว่าพื้นที่นี้เราจะประสบชัยชนะได้แน่นอน”นายจุลพันธ์ ย้ำ
ปราศรัยใหญ่16ก.พ.บางปูแลนด์
ส่วนการปราศรัยใหญ่ กำหนดไว้วันที่ 16 นี้ ที่บางปูแลนด์ ขอเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่สมุทรปราการ เวลา 16.00 น. จะมีการปราศรัยใหญ่ โดยทั้งแคนดิเดตทั้ง 3 ท่าน รวมถึงผู้สมัครของพรรค จะมาพบปะกับพี่น้องประชาชน และอาจมีเซอร์ไพรส์ พร้อมการนำนโยบายที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ
‘จุลพันธ์’โวยไม่เป็นผลดีพท.-ปชน.
ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ออกมาสนับสนุนให้คนไทยเลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนดีกว่าเลือกพรรคภูมิใจไทย มองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการทางการเมืองภายในของประเทศไทยหรือไม่ ว่า เป็นการแทรกแซงอย่างชัดเจน ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง ตนมองว่ามีความไม่ปกติของทั้งจังหวะและเวลา ตนค่อนข้างเป็นห่วง เพราะสิ่งที่พูดออกมานั้นไม่ได้เป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาชน ใครก็อ่านออก
“ประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำเราเจ็บปวดมาหลายอย่าง ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีๆ อ่านให้ถึงเจตจำนงว่าทำไมเขาถึงพูดอะไรออกมา ย้ำว่าขอให้อ่านให้ลึก และให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณติดตาม สิ่งที่ไม่ปกติเป็น เพราะไม่เคยพูดถึงการเมืองไทย แต่ใช้ช่องทางสื่อสารที่เป็นสาธารณะ และพูดถึงประเด็นที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ว่าความรู้สึกของประชาชนไทยในขณะนี้กับทางรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ในระดับที่ดี ฉะนั้น การพูดอะไรออกมาก็ต้องดูและอ่านเจตจำนงให้ออก”นายจุลพันธุ์ ย้ำ
‘ธรรมนัส’นำกธ.หาเสียงร้อยเอ็ดวันที่2
เวลา 09.30น.พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวันที่ 2 เพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครสส.ของพรรค
โดยเวทีแรกจัดขึ้นที่วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง เพื่อช่วย นางรัชนี พลชื่อ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 3 เบอร์ 3 และเวทีที่สองจัดขึ้นที่โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม เพื่อช่วย นายนีโอ พลซื่อ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 เบอร์ 5 ซึ่ง บรรยากาศทั้ง 2 เวทีในจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก
ชูเปลี่ยนส.ป.ก.เป็นโฉนดครุฑแดง
ร.อ.ธรรมนัสปราศรัยช่วงหนึ่งย้ำถึงแนวทางการทำงานของพรรคกล้าธรรมว่าพรรคยึดหลัก“ไม่ขายฝัน แต่ทำได้จริง”โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สินของพี่น้องประชาชน อย่างเช่นเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ตอนที่แรกตนประกาศว่าจะทำให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรอย่าง ทุกคนก็บอกว่า ตนขี้โม้ ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตนทำได้ และจากนี้ก็จะทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างถูกกฎหมาย
ปลุกชาวอีสานเลือกคนทำงานจริง
ร.อ.ธรรมนัสย้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่เสนอนโยบายที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลาเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำตามสัญญา จะสร้างความเดือดร้อนและความผิดหวังให้กับประชาชน โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวชื่นชม นางรัชนี ว่าเป็นผู้สมัครที่ทำงานหนัก ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดันงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยว่า พรรคกล้าธรรมยึดหลักนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้คำสัญญาที่เป็นไปไม่ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการหาเสียงด้วยการสัญญาแจกเงินหรือผลประโยชน์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย กกต.ต้องตรวจสอบด้วย และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่มีความจริงใจ ทำงานได้จริง และไม่หลอกลวงประชาชน
‘ตรีนุช’ชูธง‘คนไทยต้องมีงานทำ’
นางสาวตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยแนวนโยบายด้านแรงงานของพรรค ภายใต้กรอบ“คนไทยต้องมีงานทำ” ควบคู่กับการเสริมสร้างหลักประกันชีวิตให้แรงงานนอกระบบ ผ่านการยกระดับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แนวนโยบายดังกล่าวต่อยอดจากการดำเนินงานด้านแรงงานที่ได้ขับเคลื่อนมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 และได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค
ควบคู่หลักประกันชีวิต/ยกระดับแรงงาน
สำหรับสาระสำคัญของการปรับสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย การเพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจาก 1,000 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือน การเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจาก 200 บาท เป็น 300 บาท และการเพิ่มค่าทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยหรือหยุดรักษาตัว จาก 50 บาท เป็น 200 บาทต่อครั้ง รวมถึงการขยายความคุ้มครองในบางกรณี และการปรับหลักเกณฑ์เงินบำเหน็จชราภาพให้ครอบคลุมทายาทมากขึ้นแนวนโยบายดังกล่าวครอบคลุมแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน อาทิ เกษตรกร คนขับรถรับจ้าง และผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นกำลังแรงงานหลักของประเทศ โดยมุ่งให้การมีงานทำดำเนินควบคู่กับการมีหลักประกันชีวิตที่เหมาะสม
นางสาวตรีนุช ย้ำว่า แนวนโยบายด้านแรงงานของพรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มฐานราก และการสร้างระบบรองรับแรงงานนอกระบบให้มีความมั่นคงมากขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
‘พราหมณ์’พปชร.ลุยสอยดาวสู้เลือกตั้ง
นายพราหมณ์ มุกดาสนิท ผู้สมัคร สส.หมายเลข 6 เขต 3 จ.จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐกล่าวว่าตนชูนโยบาย‘เป็นสส.ต้องประสานผลักดันแก้ปัญหาในพื้นที่’พร้อมเดินสายแนะนำตัวเพื่อขอคะแนนเสียงในพื้นที่ ล่าสุดได้ลงพื้นที่เทศบาล ต.ทับช้างอ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อพบปะชาวบ้านบ้านพร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที่
โดยชาวบ้านยังคงสะท้อนปัญหาให้มีการผลักดันหน่วยงานของรัฐได้ เข้าไปแก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ ระบบน้ำประปา ไฟฟ้าช้างป่า และเรื่องสิทธิในพื้นที่ดินทำกิน เป็นปัญหาเชิงพื้นที่นี้ คนเป็น สส. ต้องใส่ใจ ดูแล ประสานและผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาให้ได้ เพราะนี่คือคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนผลไม้ ที่มีพื้นที่ทำกินที่ห่างไกล
จากปัญหาดังกล่าวตนในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ ต้องการอาสาไปแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่จะถูกแก้ไข เป็นไปตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ไฟฟ้าประชารัฐ ที่จะดำเนินการโซลาเซลล์ชุมชน,เกษตรกรมั่งคั่ง ผลักดันโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ขายได้ก่อนปลูก และการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน เพื่อให้คนในพื้นที่หลุดจากปัญหาแบบเดิม
เปิดศูนย์ฯคุมลต./ใช้กำลัง1.26แสน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)ได้เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-12 ก.พ.69 โดยศูนย์ดังกล่าว จะบูรณาการร่วมกับ กกต. ฝ่ายปกครอง และทหาร ในการดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000หน่วยทั่วประเทศ ซึ่งใช้ตำรวจ 126,000 นาย ในการดูแลความปลอดภัย
เน้นพื้นที่10จังหวัดชายแดน
โดยในที่ประชุม เน้นความสำคัญในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว ตราด โดยจะใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง รวมถึงประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในวันเลือกตั้ง หากมีการปะทะในแนวชายแดน จะมีการนำรถหุ้มเกราะ อพยพประชาชน ร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาคัดกรองข่าวสาร
ส่วนพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากมีสถานการณ์เลวร้ายสุดกำลัง ประสานกับ กกต.พอจะมีการพิจารณาย้าย หรือยุบบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งพิจารณาปรับเวลาการเลือกตั้ง ให้อยู่ในห้วงเวลาความปลอดภัย
นอกจากนี้ จะมีการลาดตระเวนกรองข่าวก่อนการเลือกตั้ง พบเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำลายป้ายหาเสียงเท่านั้น ยังไม่พบเหตุความรุนแรง
ยังไร้ปชช.ร้องปมซื้อขายเสียง
ส่วนกรณีที่สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าช่วงใกล้เลือกตั้งมีการเบิกเงินสดกว่า 160,000 ล้านบาท ว่าไปใช้ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่รองผบ.ตร.เผยว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังไม่มีประชาชนร้องเรียนมายังศูนย์ฯว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกัน
ส่วนในพื้นที่จังหวัดอื่นๆได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรในแต่ละจังหวัด ไปประเมินความเสี่ยง แล้วรีบรายงานผลมายังศูนย์ เพื่อพิจารณาขอกำลังเสริมลงไปในพื้นที่นั้นๆ