
กกต.ชี้จุดยืนประชามติ ถามได้แต่อย่าทำผิดก.ม.
วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
กกต.ชี้จุดยืนประชามติ ถามได้แต่อย่าทำผิดก.ม.
เลขาฯกกต.ย้ำถามจุดยืนประชามติสามารถทำได้ แต่อย่าให้ผิดกฎหมายถ้าไม่เต็มใจตอบ อย่าโพสต์กดดัน อาจเข้าข่ายคุกคาม ลั่นเสรีภาพ ต้องไม่ลิดรอนสิทธิผู้อื่น พร้อมย้ำพิมพ์ “เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย” บนบรรจุภัณฑ์ทำได้ ถือเป็นการรณรงค์ตามกฎหมาย กกต.จับมือ TikTok สื่อสารปชช. เข้าถึงข้อมูล “เลือกตั้ง-ประชามติ” เชื่อแข่งขันเป็นธรรม-ลดใส่ร้ายป้ายสี
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.กล่าวถึงกรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปตระเวนสอบถามผู้สมัคร สส.ถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วมีการนำไปโพสต์ผ่านออนไลน์ในลักษณะเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัครว่า ในกรณีสอบถามเฉพาะจุดยืนสามารถทำได้ ตนยังไม่เห็นข้อเท็จจริง แต่การไปสอบถามจุดยืนบางคน อาจจะอยากให้สอบถามและเต็มใจตอบ แต่หากผู้สมัครบางรายรู้สึกถูกข่มขู่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจไม่สะดวกตอบคำถามนี้ แต่กลุ่มรณรงค์กลับเอาไมค์ไปจี้แล้ว นำไปโพสต์ จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ซึ่งบางอย่างเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลว่าบุคคลได้รับผลกระทบจากบุคคลอื่นไปรุกล้ำกล้ำกรายสิทธิซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป
เมื่อถามถึงกลุ่มที่จะไปรณรงค์ประชามติหากจะไปสอบถามประชาชนขอบเขตสามารถทำได้มากน้อยเพียงไหนเพื่อไม่ให้เป็นการข่มขู่คุกคาม นายแสวงกล่าวว่า กฎหมายประชามติคือเสรีภาพซึ่งกว้างกว่าสิทธิแต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ไปลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่น ซึ่งอาจจะไม่ผิดกฎหมายประชามติแต่อาจจะไปผิดกฎหมายอาญา ซึ่งตามกฎหมายประชามติ หากจะใช้เสรีภาพขออย่าทำผิดในการโกหก ใส่ร้าย ให้ข้อความอันเป็นเท็จ
“กฎหมายประชามติมีอยู่ว่า อย่าไปใช้ข้อความอันเป็นเท็จ ถ้าเป็นคดีอาญา ต้องบอกว่า อย่าไปลิดรอนสิทธิคนอื่นเขา คนอื่นเขา ก็ต้องการความเป็นส่วนตัว เราไปบังคับให้เขาตอบอย่างนี้มันจะเป็นความผิดหรือไม่”นายแสวงกล่าว
เมื่อถามกรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปเช็คจุดยืนผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆตามเวทีดีเบตในมุมมองของเลขาฯกกต.เห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไรกับการรณรงค์ในลักษณะนี้ นายแสวงกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น แต่ขอให้รณรงค์ตามกฎหมายกกต.ยินดีและสนับสนุนที่จะให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้มีข้อมูลให้มากที่สุด ส่วนเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ให้เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่ม อย่ามาถามว่า เห็นด้วยกับกระบวนการนั้น หรือกระบวนการนี้หรือไม่ คงไม่ได้ เพราะการรณรงค์ของทุกกลุ่ม ตนว่ามีที่ยืนของแต่ละฝ่ายอยู่แล้วว่าคิดอะไรอยู่ กกต.เพียงแต่รักษาสนามให้การแข่งขันหรือการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
พร้อมย้ำอีกว่า ในการถามจุดยืนสามารถทำได้ แต่อย่าให้ผิดกฎหมาย ส่วนการพิมพ์ข้อความว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยบนบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อสินค้านั้น สามารถทำได้ เพราะเป็นวิธีการรณรงค์อีกอย่างหนึ่ง
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ สำนักงาน กกต.และบริษัท TikTok ประเทศไทย แถลงข่าวความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.และนางชนิดา คล้ายพันธ์ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะหรือ Director of Public Policy TikTok Thailand
โดยนายแสวงกล่าวว่าสำนักงาน กกต.มีภารกิจสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย โดยต้องบริหารจัดการและการกำกับดูแลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โลกยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถือเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและทุกภาคส่วน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ
“กกต.มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้การทำงานด้านการศึกษาประชาสัมพันธ์ถูกต้อง รวดเร็วเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ประชาชนเชื่อมั่นและได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยแพลตฟอร์มติ๊กต็อกเป็นการสื่อสารทางโซเชียลและเป็นที่นิยม เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง”นายแสวงย้ำและคิดว่า
เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบเรื่องที่เป็น Fake News หรือกล่าวใส่ร้าย และคาดว่าเรื่องเหล่านี้จะลดน้อยลง หรืออาจไม่มีเลยก็ได้
ด้านน.ส.ชนิดากล่าวว่าTikTok เชื่อการปกป้องความสุจริต โปร่งใสของการเลือกตั้งปี 2569 คือ ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนโดย TikTok เป็นพื้นที่ที่คนไทยหลายล้านคนใช้แสดงความคิดเห็นซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องดูแลความปลอดภัยและทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงความจริงได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีกกต.เป็นผู้ถือกติกาและเป็นเจ้าของข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูล ที่ถูกต้องเหล่านั้นไปสู่ประชาชน