ชาติยุโรปส่งทหารปฏิบัติภารกิจใน “กรีนแลนด์” หลังเดนมาร์ก-สหรัฐฯ เจรจาไร้ผล

ชาติยุโรปส่งทหารปฏิบัติภารกิจใน "กรีนแลนด์" หลังเดนมาร์ก-สหรัฐฯ เจรจาไร้ผล

15 ม.ค. 2569 15:22 น.

ชาติยุโรปส่งทหารปฏิบัติภารกิจใน “กรีนแลนด์” หลังเดนมาร์ก-สหรัฐฯ เจรจาไร้ผล

กองกำลังทหารจากหลายชาติยุโรปเริ่มเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่กรีนแลนด์ในวันนี้ เพื่อทำภารกิจลาดตระเวนและฝึกซ้อม หลังการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ที่กรุงวอชิงตันดีซี เผชิญทางตัน โดยทั้งสองฝ่ายยังมี “ความเห็นต่างอย่างสิ้นเชิง” ต่อกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามจะเข้าควบคุมเกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรแห่งนี้

กองทัพจากฝรั่งเศส สวีเดน เยอรมนี และนอร์เวย์ ประกาศการส่งกำลังพลเข้าสู่เมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์ในวันนี้ (15 ม.ค.) เพื่อปฏิบัติภารกิจสอดแนมและฝึกซ้อมรบ ซึ่งถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์เพื่อปกป้องบูรณภาพเหนือดินแดนของเดนมาร์ก

นายมูเต เอเกเด รองนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ แถลงยืนยันว่าทหารจากกลุ่มประเทศนาโต จะปรากฏตัวในกรีนแลนด์มากขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งในรูปแบบของเที่ยวบินทหารและเรือรบ ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าทหารฝรั่งเศสชุดแรกกำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่กรีนแลนด์แล้ว ด้านกระทรวงกลาโหมเยอรมนีระบุว่า ได้ส่งทีมลาดตระเวนของ “บุนเดิสแวร์” หรือกองกำลังป้องกันสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีจำนวน 13 นาย ไปยังเมืองนุกตั้งแต่วันพฤหัสบดี ตามคำเชิญของเดนมาร์ก และจะดำเนินการตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์

ภารกิจทางทหารของยุโรปเกิดขึ้นทันทีหลังจาก นายลาร์ส ล็อกเก รัสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก และคณะผู้แทนจากกรีนแลนด์ เข้าพบรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว แต่ผลการหารือไม่สามารถเปลี่ยนใจรัฐบาลทรัมป์ได้

รัสมุสเซนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของอเมริกาได้ เป็นที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดี (ทรัมป์) ยังมีความปรารถนาที่จะครอบครองกรีนแลนด์ เราจึงยังมีความเห็นที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เราก็ตกลงกันว่าจะยอมรับความเห็นที่แตกต่างนี้” 

แม้ทรัมป์จะไม่ได้เข้าร่วมการหารือโดยตรง แต่เขาได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย โดยระบุว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม เขายังคงยืนยันว่าหากรัสเซียหรือจีนคิดจะยึดครองกรีนแลนด์ เดนมาร์กย่อมไม่มีกำลังเพียงพอที่จะป้องกันได้ และมีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่ทำได้ทุกอย่าง

นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์มีความมั่นใจในการใช้นโยบายแข็งกร้าวมากขึ้น หลังจากที่เขาเพิ่งสั่งการโจมตีในเวเนซุเอลาจนนำไปสู่การโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

บนท้องถนนในเมืองนุก ประชาชนพากันประดับธงชาติกรีนแลนด์สีแดง-ขาวตามหน้าต่างร้านค้า ระเบียงอพาร์ตเมนต์ และบนรถเมล์ เพื่อแสดงพลังความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ ท่ามกลางความวิตกกังวลของชาวเมืองที่พบว่าตนเองกลายเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งระดับโลก

“มันน่ากลัวมากเพราะนี่คือเรื่องใหญ่ระดับโลก” เวรา สติดเซน ประชาชนในกรุงนุกกล่าวว่า “ฉันหวังว่าในอนาคตเราจะยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขเหมือนเดิม โดยไม่ถูกรบกวนจากมหาอำนาจ”.

ที่มา AFP

Leave a comment