“ทรัมป์” เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

"ทรัมป์" เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

15 ม.ค. 2569 14:23 น.

“ทรัมป์” เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุได้รับข้อมูลว่าอิหร่านหยุดการสังหารและยกเลิกการประหารชีวิตแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังรอตรวจสอบ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธแผนการแขวนคอ ท่ามกลางแรงกดดันนานาชาติและความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค

สถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงชั่วคราว เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงจากทำเนียบขาวว่า การปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 3,400 ราย ได้หยุดลงแล้วตามคำกล่าวอ้างของทางการอิหร่าน

ทรัมป์ระบุว่าเขาได้รับแจ้งว่าการประหารชีวิตจำนวนมากที่เดิมจะมีขึ้นในวันพุธถูกระงับไว้ “พวกเขาบอกว่าการฆ่าหยุดลงแล้ว และการประหารชีวิตจะไม่เกิดขึ้น เราคงต้องมารอดูกันว่าจะเป็นจริงไหม” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ยืนยันว่าจะถอนทางเลือกด้านการทหารออกไปหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า “เราจะรอดูว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไรต่อไป”

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรลดจำนวนบุคลากรที่ฐานทัพอากาศอัล-อูเดดในกาตาร์ลง เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการถอนกำลังทหารอเมริกันบางส่วนเป็น “มาตรการป้องกันไว้ก่อน”

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งดิ่งลงทันทีในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากอิหร่าน ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันราว 3% ของโลก

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ยืนยันว่า “จะไม่มีการแขวนคอในวันนี้หรือพรุ่งนี้” พร้อมอ้างว่าการประท้วงเรื่องปากท้องในช่วงแรกถูกแทรกซึมโดยกลุ่มที่อิสราเอลหนุนหลัง เพื่อสร้างสถานการณ์นองเลือดหวังยั่วให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน ด้านรัฐมนตรียุติธรรมอิหร่านสนับสนุนคำกล่าวดังกล่าว ระบุว่าหลังวันที่ 7 มกราคม เหตุการณ์ไม่ใช่การประท้วงอีกต่อไป และผู้ที่ถูกจับกุมถือเป็นอาชญากร

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เออร์ฟาน สลตานี ชายวัย 26 ปีที่ถูกจับกุมระหว่างการประท้วงและมีกำหนดถูกประหารในวันพุธ ได้รับการระงับการประหารชีวิตชั่วคราวตามการยืนยันของญาติ

แม้จะมีสัญญาณบวก แต่ความกังวลเรื่องการปะทะทางทหารยังคงสูงอยู่ โดยอังกฤษประกาศปิดสถานทูตในเตหะรานชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ เตือนเจ้าหน้าที่ในซาอุดีอาระเบียให้เลี่ยงใกล้ฐานทัพ และอินเดียประกาศให้พลเมืองออกจากอิหร่านทันที ด้านสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี สั่งระงับเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าอิหร่านและอิรักอย่างไม่มีกำหนด

สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโดฮาของกาตาร์ ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังฐานทัพอากาศอัล-อูเดด ขณะที่รัฐบาลกาตาร์กล่าวว่าจะยังคง “ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเมืองและผู้พำนักอาศัย” ต่อไป

ทั้งนี้ อัล-อูเดดเป็นฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังพลประจำการประมาณ 10,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสหราชอาณาจักรประมาณ 100 คน ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากฐานทัพกี่คน

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน “ประท้วงต่อไป” ผ่านทางโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลทรูธโซเชียล โดยสัญญาว่า “ความช่วยเหลือจะมาถึง”

องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน รายงานว่ามีผู้ประท้วงถูกสังหารแล้วอย่างน้อย 3,428 ราย และถูกจับกุมกว่า 10,000 คน ขณะที่ทางการอิหร่านจัดพิธีศพให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่า 100 นายที่เสียชีวิต โดยตราหน้าว่าเป็นเหยื่อของ “การก่อการร้าย”

ล่าสุด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เตรียมเปิดประชุมด่วนในวันพฤหัสบดีตามคำร้องขอของสหรัฐฯ เพื่อสรุปสถานการณ์ในอิหร่าน ท่ามกลางรายงานว่าทางการอิหร่านยังคงปิดกั้นอินเทอร์เน็ตต่อเนื่องเป็นเวลาเกิน 144 ชั่วโมง เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของภาพความรุนแรงในประเทศ.

ที่มา BBC 

Leave a comment