เวทีรัฐสภา จัดดีเบต ‘หมอวรงค์-อ.เจษฎ์’ ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้ รธน.

เวทีรัฐสภา จัดดีเบต ‘หมอวรงค์-อ.เจษฎ์’ ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้ รธน.

เวทีรัฐสภา จัดดีเบต ‘หมอวรงค์-อ.เจษฎ์’ ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้ รธน.

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

‘รัฐสภา’ จัดเวทีประชันฝีปากนโยบายเลือกตั้ง69! ‘หมอวรงค์-เจษฎ์’ ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้รธน. หวั่นยัดไส้‘ล้มล้าง’ ด้าน ‘พรรคประชาชาติ’ ดันฟื้นกองทุนหมู่ล้านละล้าน ลง ‘3จว.ใต้-4อ.ในสงขลา’ ขณะที่ ‘พรรคเล็ก’ ชูนโยบายสร้างคนคุณภาพ-สวัสดิการแรงงานถ้วนหน้า

15ม.ค.2569 ที่รัฐสภา สถานีโทรทัศน์รัฐสภา จัดรายการพิเศษเลือกตั้ง 69 ร่วมเปลี่ยนประเทศไทย ไฮไลต์ นโยบายพรรคการเมือง โดยได้เชิญตัวแทนของพรรคการเมืองร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายสำคัญ  โดยการจัดเวทีวันแรกในวันนี้ (14 ม.ค.) มีพรรคการเมืองที่ตอบรับเข้าร่วมเวที 15 พรรคการเมือง  โดยเป็นการจัดต่อเนื่องในวันที่สอง ทั้งนี้พบการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองที่น่าสนใจ อาทิ

โดย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวว่า พรรคปวงชนไทยถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่ได้นักการเมืองและผู้บริหารที่ตอบโจทย์ประชาชนและปัญหาของประชาชนไม่ได้แก้ไข โดยช่วงหนึ่งที่ตนรับตำแหน่งเลขานุการ รมว.ดีอี ได้เจอปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ตนเป็นเลขานุการคนแรกที่บินไปกัมพูชา ตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกับตำรวจพีซีที จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3-4 ครั้ง ซึ่งตนมองว่าจะเป็นปัญหาอนาคตกับประชาชน ปัจจุบันตนทำพรรคปวงชนไทย เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน  รวมถึงปัญหาความมั่นคง นโยบายคือสร้างคนที่มีคุณภาพ ด้วยการศึกษาให้มีทักษะตรงกับสายงาน และเป็นคนดี สร้างงาน ผ่านการดึงศักยภาพของนักลงทุนเข้ามาในประเทศ เช่น การสร้างแหล่งท่องเที่ยว โดยที่ไม่มีกาสิโน มีศูนย์สุขภาพเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงการสร้างอาชีพ 

ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยภักดี กล่าวว่า สาเหตุที่ประเทศไทยจนเพราะมีการโกง พรรคไทยภักดีอาสาเข้ามาปราบโกง ทั้ง ส่วย เงินใต้โต๊ะ พนันออนไลน์ สแกมเมอร์ โดยเพิ่มโทษประหารชีวิต หากทุจริตเกิน 100 ล้านบาท และต้องจบภายใน 15วันหลังศาลพิพากษาและไม่ให้ขออภัยโทษ นอกจากนั้นคือการยกเลิกธนบัตรใบละ 1,000 บาท เพราะถูกใช้ฟอกเงิน ทั้งนี้การอาสาปราบโกงไม่รับปากว่าจะหมดไป แต่ปัญหาจะดีขึ้น  ขณะที่ในด้านการเมืองจะลดบำนาญนักการเมือง ลดจำนวนผู้ช่วยนักการเมือง เหลือ3 คน ยกเลิกอาหารกลางวัน สส. มื้อละ5แสนบาท

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า จุดยืนของพรรคคือการยกเลิกเอ็มโอยู 43 และ เอ็มโอยู 44 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติส่วนการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนมองว่าเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งนี้รัฐธรรมนูญควรแก้ไขรายประเด็นหรือ รายมาตรา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชน

“การยกร่างใหม่ อันตรายต่อกระบวนการตรวจสอบ จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ที่เคยเอานายกฯ 2 คนออกจากตำแหน่งและรองประธานสภาฯ ออกจากตำแหน่ง และที่อันตรายที่สุด คือยัดไส้นำไปสู่การล้มล้าง ทำลายกองทัพ เมื่อกฎหมายสูงสุดเป็นเรื่องของคนไทย ทำไมปล่อยให้เอ็นจีโอที่รับเงินต่างชาติ รณรงค์ทำรัฐธรรมนูญใหม่ เท่ากับให้ต่างชาติมีอำนาจ และให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างไม่ถูกต้อง พรรคไทยภักดีโหวตโนเรื่องรัฐธรรมนูญ”​ นพ.วรงค์ กล่าว

ทางด้านนายมนัส โกศล  หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงนโยบายที่เน้นผู้ใช้แรงงาน ว่า  ผู้ใช้แรงงานที่มีกว่า 40 ล้านคน แบ่งเป็น กลุ่มราชการ กลุ่มแรงงานระบบมาตรา 33 ที่มีกองทุนประกันสังคมดูแล และกลุ่มแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ ที่มี 38 ล้านคน โดยพรรคจะผลักดันให้เกิดสวัสดิการถ้วนหน้าโดยคนไทยต้องอยู่ในระบบสวัสดิการถ้วนหน้า โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงิน และจะได้สิทธิ์ เลือกโรงพยาบาลได้ มีเงินชดเชยรายได้ มีค่าปลงศพ รายละ 5หมื่นบาท นอกจากนั้นคือ

ขณะที่นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงนโยบายของพรรครักชาติ ต่อประเด็นการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ว่า ต้องปราบตำรวจก่อนเป็นโจร เพราะทุกการกระทำผิดมีตำรวจเกี่ยวข้อง ทั้ง บ่อน ทุนเทาสิ่งผิดกฎหมาย สแกมเมอร์ ขณะที่เรื่องรัฐธรรมนูญ ต้องให้ประชาชาติไทย ประชาชนคนไทยร่วมยกร่าง โดยไม่ได้ฝากไว้ที่ใคร การยกร่างใหม่แพงมากและบ้านเมืองอาจแตกแยก ดังนั้นพรรครักชาติไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนุญฉบับใหม่ ที่จะฉีกสังคมออกจากกันและทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะไม่บอกสาระสำคัญ ยกร่างเรื่องอะไร แก้ไขอย่างไร ไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ขณะที่นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วิถีประชาธิปไตยเลือกคนจากประชานิยมที่คนนิยมในสส. แต่พรรคภูมิใจไทยใจกว้าง เปิดกว้างให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ การทูตเศรษฐกิจ สังคม เป็นพรรคแรกที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยังมีแคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ที่ทำงานจนเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ 

“พรรคภูมิใจไทยให้เกียรติกองทัพ ให้เกียรติกลาโหม ที่ปกปักษ์รักษาอธิปไตยไทย เพราะนักการเมืองถือปืนไม่ได้ต้องให้ทหารที่เชี่ยวชาญการรบและยุทธวิถีปกบ้านป้องเมือง ไม่รุกรานใคร ทั้งนี้พรรคสนับสนุนกองทัพให้ทำงานเต็มที่ พร้อมสนับสนุนในนโยบายและสิ่งใดที่นักการเมืองจะสนับสนุนกองทัพให้มั่นคงแข็งแรง พรรคมีนโยบายกำแพงที่จะกั้นเขตอธิปไตยและป้องกันปัญหา เช่น ยาเสพติด” นายอรรทิตย์ฌาณ กล่าว 

นายรุ่งเรือง พิทยาศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชาติ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า สังคมเทา สังคมดำสิ่งไม่ดีต้องเหลือศูนย์ โดยเฉพาะยาเสพติดต้องถูกปราบปรามอย่างเข้มข้น ผู้ค้ายาต้องถูกจัดการเด็ดขาดและจริงจังธุรกิจสแกมเมอร์ เว็ปพนันต้องถูกปราบปรามผ่านกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ให้พัวพันกับพรรคการเมือง และมีตัวแทนในสภาและคณะรัฐมนตรี  ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจในเขต3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยจะฟื้นโครงการกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เป็น กองทุนหมู่บ้านสันติภาพ ให้แก่ทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาล ให้ส่งออกไปยังประเทศมุสลิม ขณะเดียวกันต้องลดภาระของคนมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์

“เศรษฐกิจใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซบเซามานาน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลเต็มที่ โดยงบที่ลงไปต่ำกว่า 1% จะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนโดยเชื่อกับประเทศมาเลเซีย ผ่านอุตสาหกรรมไฮเทคและซุปเปอร์ชิพ ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะสมัยก่อนเคยมีผู้บริหารประเทศชักชวนบริษัทชั้นนำของฝั่งตะวันตกมาทำเดต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นต้องผลักดันให้ทำต่อในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” นายรุ่งเรือง กล่าว

Leave a comment