
ความล้มเหลวในพรรคส้ม ภาพสะท้อนความมือไม่ถึง
วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.00 น.
พรรคส้มใช้เวลาหลายปีสร้างภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองที่ดูเหนือกว่าการเมืองแบบเดิม ทั้งในแง่วิธีคิด บุคลากร และการจัดการองค์กร
ภาพของพรรคใหม่ที่คล่องตัว ตรวจสอบเก่ง และพยายามทำให้สังคมเชื่อว่าสามารถจัดการประเทศได้ดีกว่าการเมืองแบบเดิม ถูกย้ำซ้ำผ่านการสื่อสารอย่างเป็นระบบ จนพรรคส้มถูกมองว่าเป็นตัวเลือกของการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ
ภาพลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่เป็นผลจากการวางตำแหน่งทางการเมืองต่อเนื่องหลายปี พรรคส้มสื่อสารกับสังคมอย่างชัดเจนว่า หากถึงวันที่ต้องรับภาระใหญ่กว่างานฝ่ายค้าน วิธีคิดแบบพรรคใหม่จะไม่ทำให้ประเทศสะดุดเหมือนที่ผ่านมา
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรคทำให้ภาพดังกล่าวพังลงจากการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่จากคำโจมตีของใคร แต่จากความไม่สามารถจัดการคนและการตัดสินใจภายในพรรคได้
กรณีของ รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดตาก พรรคส้ม ที่ถูกจับกุมในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ พร้อมเส้นทางการเงินที่เข้าข่ายฟอกเงิน คือเหตุการณ์ที่ตอกย้ำปัญหานี้อย่างชัดเจน บุคคลดังกล่าวไม่ใช่คนนอกพรรค ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นผู้สมัครที่พรรคคัดเลือกเอง และเป็นอดีต ส.ส. ที่เคยผ่านระบบของพรรคมาแล้ว
เมื่อคดีเดินไปถึงขั้นจับกุม สิ่งที่ปรากฏต่อสาธารณะคือการออกมาแถลงภายหลัง ไม่มีการตัดสินใจทางการเมืองให้เห็นล่วงหน้า ไม่มีการชี้ความรับผิดชอบในระดับองค์กร ปัญหานี้จึงสะท้อนตรงไปที่กระบวนการคัดกรอง การติดตาม และการกำกับดูแลภายในพรรค
ก่อนหน้านั้น พรรคส้มก็ต้องถอนผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานครอีกราย หลังชื่อไปพัวพันคดีฟอกเงินจากการขยายผลเครือข่ายยาเสพติด เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว แต่สะท้อนรูปแบบเดียวกัน คือพรรคต้องขยับตัวเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
สองกรณีที่ต่างพื้นที่ ต่างรายละเอียดคดี ชี้ไปยังข้อเท็จจริงเดียวกัน พรรคส้มยังไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงทางการเมืองของตัวเองได้อย่างเป็นระบบ และไม่แสดงความเด็ดขาดในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องตัดสินใจ
ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวบุคคล แต่เป็นลักษณะการทำงานขององค์กร เมื่อความเสี่ยงถูกมองข้าม หรือถูกจัดการแบบตั้งรับ การออกมาอธิบายภายหลังย่อมไม่อาจทดแทนความรับผิดชอบทางการเมืองที่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น
พรรคส้มอาจตรวจสอบพรรคอื่นได้อย่างเข้มข้น ไล่บี้คู่แข่ง และใช้มาตรฐานสูงกับฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อปัญหาอยู่ที่ผู้สมัครและอดีตผู้สมัครของพรรคเอง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การจัดการใด ๆ มีเพียงการออกมาแถลงหลังจากคดีเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่มีการตัดสินใจเชิงอำนาจที่ชัด และไม่มีใครในระดับนำออกมารับผิดชอบต่อสาธารณะ
ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่ภาพของพรรคที่ควบคุมปัญหาทางการเมืองได้ แต่เป็นพรรคที่หลีกเลี่ยงการแสดงความรับผิดชอบของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม การแถลงภายหลังไม่ได้เสริมความเชื่อมั่นเรื่องความพร้อม หากแต่ตอกย้ำว่าพรรคยังไม่กล้าตัดสินใจในนามองค์กร
เมื่อขยายมองไปถึงระดับประเทศ ประเด็นนี้ยิ่งชัดขึ้น การบริหารประเทศต้องอาศัยการตัดสินใจที่หนักแน่นและทันเวลา ไม่ใช่การรอให้ปัญหาแตกแล้วค่อยอธิบาย การตัดสินใจแต่ละครั้งกระทบระบบรัฐ งบประมาณ และผู้คนจำนวนมาก พรรคที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองกับปัญหาภายในของตัวเอง ย่อมยากจะทำให้สังคมเชื่อว่าจะบริหารความเสี่ยงระดับประเทศได้
ปัญหาในพรรคส้มจึงสะท้อนระดับความพร้อมของโครงสร้างอำนาจ การคัดคน และการตัดสินใจ เมื่อโครงสร้างภายในยังเอาไม่อยู่ ภาระที่ใหญ่กว่าย่อมหนักเกินจะรับมือได้
จากเหตุการณ์ทั้งหมด ความพร้อมในการบริหารประเทศของพรรคส้มไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่สร้างมา สิ่งที่ปรากฏคือพรรคที่ยังติดกับปัญหาพื้นฐานของอำนาจ การจัดการ และความรับผิดชอบ มากกว่าพรรคที่พร้อมรับภาระการบริหารประเทศทั้งระบบนี่คือภาพที่สังคมเห็นร่วมกัน ว่าพรรคส้มยังไม่ผ่านบททดสอบการจัดการตัวเอง และเมื่อจัดการพรรคยังเอาไม่อยู่ ความพร้อมในการบริหารประเทศก็ย่อมไม่เกิดขึ้นจริง.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์