ดร.สามารถ ชี้ มันคือความล้มเหลวทั้งระบบ วิศวกรรมไทยสะเทือนซ้ำซาก

ดร.สามารถ ชี้ มันคือความล้มเหลวทั้งระบบ วิศวกรรมไทยสะเทือนซ้ำซาก

ดร.สามารถ ชี้ มันคือความล้มเหลวทั้งระบบ วิศวกรรมไทยสะเทือนซ้ำซาก

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.09 น.

วันนี้ 16 มกราคม พ.ศ. 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความร่ายยาวฟาดวงการวิศวกรรมไทยที่ยังคงเผชิญปัญหาภายในกับอุบัติเหตุซ้ำซากในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ปีแล้วปีเล่า…วิศวกรรมไทยสะเทือนซ้ำซาก!

เริ่มต้นปี 2569 มาเพียง 2 สัปดาห์ ประเทศไทยต้องเผชิญอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อีกครั้ง เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บหลายราย เช้าวันถัดมา 15 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (M82) บนถนนพระราม 2 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทั้งที่โครงการนี้เคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง หากย้อนกลับไปในปี 2568 ก็มีอุบัติเหตุร้ายแรงถึง 2 เหตุการณ์ใหญ่ 28 มีนาคม 2568 อาคาร สตง.ถล่มจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวในเมียนมา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก 24 กันยายน 2568 ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ย่านดุสิต ใจกลางเมืองหลวง จนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบ 4 เดือนเต็ม แต่สาเหตุที่แท้จริงของถนนยุบ ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ที่ผ่านมา แทบทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ มักมีผู้เกี่ยวข้องบางรายอ้างว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” ทั้งที่สังคมตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วเป็นเหตุสุดวิสัย หรือคือการละเลยที่สะสมมานานปีนี้ แม้ยังไม่มีใครกล้าอ้างคำว่าเหตุสุดวิสัย แต่คำถามสำคัญคือ เราจะปล่อยให้เรื่องจบแบบเดิมอีกหรือไม่? จากประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อุบัติเหตุซ้ำซากในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มักมีรากมาจากปัญหาสำคัญอย่างน้อย 5 ประการ

ดร.สามารถ

(1) ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทั้งหน่วยงานรัฐในฐานะผู้ว่าจ้าง ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน ผู้รับเหมา และวิศวกรผู้รับผิดชอบ หลายกรณีพบความหย่อนยานต่อมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เป็นผลให้คุณภาพงานไม่เป็นไปตามที่ควร

(2) การตรวจสอบที่ไม่เข้มงวดการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างมักไม่เข้มงวด ไม่เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงที่อาจคร่าชีวิตประชาชน

(3) คอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่การประมูลคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการจ้างช่วงต่อเป็นทอดๆ เมื่อกำไรถูกแบ่งเป็นชั้นๆ คุณภาพงานและความปลอดภัยจึงถูกลดทอน

(4) การอบรมและถ่ายทอดความรู้ไม่เพียงพอผู้ปฏิบัติงานจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง

(5) การบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพบทลงโทษไม่จริงจัง การกำกับดูแลไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ดร.สามารถ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรีเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุม และสั่งกระทรวงคมนาคมให้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาที่ก่อสร้างทั้งสองโครงการ ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน คำถามคือ ทำไมเรื่องเหล่านี้ต้องรอให้ถึงมือนายกรัฐมนตรี? หากทุกปัญหาต้องให้ผู้นำประเทศลงมาจัดการเอง แล้วนายกรัฐมนตรีจะมีเวลาไปบริหารประเทศได้อย่างไร? อีกคำถามที่สังคมไม่ควรมองข้ามคือ องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมจะมีบทบาทอย่างไร? เพื่อหยุดวงจรอุบัติเหตุซ้ำซาก ก่อนที่ “วิศวกรรมไทย” จะสูญเสียความน่าเชื่อถือไปมากกว่านี้ เพราะความผิดพลาดอาจเกิดได้ แต่การปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำซาก คือความล้มเหลวของทั้งระบบ ปี 2569 ไม่ควรเป็นปีที่ “มาตรฐานวิศวกรรมไทย” ต้องสะเทือน อีกต่อไป”

ดร.สามารถ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte   รู้สึกเศร้าที่ Nonthaburi, Thailand

Leave a comment